/*----Yahoo site map-------*/ /*----Bing site map-------*/

ค้นหาอะไรก็เจอ

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552

องค์อนุตตรธรรมมารดา มีพระโอวาทมาเตือนชาวโลก!!!

ประทานพระโอวาทมาเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2484 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง
ณ สำนักธรรมจงอี ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน โดยมีเนื้อความดังนี้:-

พุทธบุตรลูกแม่ทั้งหลาย แม่ขอเตือน ให้ตั้งใจบำเพ็ญวิถีอนุตตรธรรม ขอให้ลูกพึงกำหนดรู้ในเกณฑ์กำหนดแห่งกาลเวลา และเจตนาของฟ้าเบื้องบนในเวลานี้ว่า ต้องการให้ลูกๆบำเพ็ญธรรมเพื่อกลับสู่ความเป็นอริยะ เป็นปราชญ์ให้ได้โดยเร็วด้วยวิธีลัดที่ไม่มีมาก่อน

ในกัปสุดท้ายนี้ สิ่งที่ลงมาสู่โลกมนุษย์พร้อมกันสองอย่าง คือธรรมะกับภัยพิบัติ อันที่จริงแม่มีเมตตาจิตต่อลูกๆ ได้จัดสรรทุกสิ่งทุกอย่างไว้อย่างเป็นระบบทั้งโลกมนุษย์ ทั้งลูก

หญิง-ชาย ให้เรียบร้อยแล้ว แต่เหตุไฉนจึงกำหนดภัยพิบัติมาครอบงำกวาดล้างโลกมนุษย์ ขอให้ลูกลองคิดดู สมัยโบราณนานมาแล้วนั้น มีกษัตริย์จีนโบราณผู้ทรงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ ในสมัยห้าพันปีก่อนโน้น ทรงพระนามว่า เหยา ซุ่น อวี่ ผู้คนในยุคนั้นเป็นคนใจตรง ฟ้าเบื้องบนก็พลอยสงบไปด้วย ภัยพิบัติจึงไม่เกิด เมื่อใดที่ใจคนไม่ซื่อ มีเล่ห์เหลี่ยมกลโกง เมื่อนั้นจึงมีภัยพิบัติ

โลกมนุษย์ในยุคนี้เลวลงสุดประมาณ จารีตประเพณีอันดีงามของอารยะชนกลับถูกหมางเมิน ผู้คนรู้ฝึกฝนกลโกง โลภโมโทสัน เป็นคนร้อยเล่ห์พันเหลี่ยมโหดเหี้ยมดุร้าย หลอกลวง ไร้สิ้นคุณธรรมจริยธรรมไปทั่ว นายไร้สิ้นซึ่งคุณธรรม บ่าวข้าไม่สัตย์ซื่อ พ่อลูกขาดเมตตายำเกรงกัน ผัวไม่ซื่อสัตย์ต่อเมีย เมียไร้ซึ่งคุณธรรมหาเหตุทะเลาะตบตีกัน พี่น้องอาฆาตมาดร้ายต่อกัน เพื่อนฝูงต่างขาดสัจจะแก่กันและไม่ไว้วางใจกัน มีแต่เชือดเฉือนทิ่มแทงกัน คุณธรรม คุณสัมพันธ์ห้า และคุณธรรมแปดประการ เสื่อมถอยลง ยากแก่การฟื้นฟู

นักวิชาการพูดแต่ทฤษฎี กล่าวหาว่าคนอื่นแต่ตนเองไม่ปฏิบัติ กสิกรชาวนาชาวสวนไม่มีคุณธรรมมุ่งหาแต่เงินทองหวังร่ำรวย กรรมกรหยาบกร้าน เกียจคร้านเห็นแก่ตัว ขาดความอดทน พ่อค้าวาณิชปลอมปนสินค้าตบตาคนซื้อ ดูถูกหาว่าโง่กว่าตน ขาดความจริงใจไม่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า พระสงฆ์องค์เณรลืมตรัยรัตน์และศีลห้า สาวกเต๋านอกลู่ทิ้งแนวเดิม ถือเอากระพี้เป็นเปลือกไม่ถึงแก่น ยึดเอาพิธีกรรมมากหลายมาสำคัญว่าเป็นทางหลุดพ้น สาวกศาสนาปราชญ์เรียนเพียงผิวเผินอวดรู้ว่าเป็นปราชญ์

แม่เห็นแล้วอดเศร้าใจไม่ได้ โลกถึงยุคที่จะเกิดภัยพิบัติ หากคราวนี้ไม่มีภัยพิบัติลงมากวาดล้างโลกนี้แล้ว โลกนี้จะหมดสิ้นคนดี หาคนเป็นปราชญ์เป็นอริยะเป็นหลักนำไม่ได้เลย จึงได้กำหนดภัยพิบัติแปดประการนี้ขึ้นมา คือ "ภัยจากน้ำ ลมพายุ ภัยจากไฟเผาผลาญ ภัยจากอาวุธมหาประลัย ภัยจากทหาร ความแห้งแล้งกันดาร น้ำหลากอดอยาก ขาดแคลน กำหนดภัยธรรมชาติทั่วไปในโลกกว้างถึงเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดภัยกับทั้งส่งรากษส และพญามารทั้งห้ามาก่อกวนโลกมนุษย์ ใช้หมื่นพันวิธีเพื่อกวาดเก็บคนชั่วเป็นระยะๆ

บัดนี้!ถึงกาลเวลาสิ้นชะตาฟ้าดินแล้ว คนชั่วที่สั่งสมกรรมเวรมาในรอบหกหมื่นปีมานี้ จะถูกกวาดล้างใหญ่ในครั้งนี้ ทั้งจะเป็นการจำแนกแยกแยะคนดีคนเลวเหมือนแยกหินกับหยก ออกจากกัน แม่มองลงมาด้วยน้ำตาที่ไหลริน เสมือนสายธารเลือดเมฆหมอกแห่งความชั่วร้ายปกคลุมคละคลุ้งกลบไปทั่วท้องฟ้า พิบัติภัยเกิดขึ้นทุกมุมโลกโดยฝีมือมาร โจรภัยเกิดไม่เว้นแต่ละวัน สงครามย่อยเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า เก้าในสิบคนต้องทนทุกข์ทรมาน น้ำท่วมฉับพลัน ฝนแล้ง น้ำแห้ง ลำคลองตื้นเขินเกิดโรคระบาดรุนแรงและโรคร้ายที่รักษายาก พืชพันธุ์ธัญญาหารไม่งอกงามอุดมสมบูรณ์เช่นแต่ก่อน
เกิดเหตุการณ์สยดสยอง ท้องฟ้ามืดสนิทไร้เดือนดาวถึงสี่สิบเก้าวัน"
ในวันนั้นประตูนรกเปิดออก ปล่อยให้ผีมาทวงหนี้คน หนี้ชีวิตเงินทองที่ค้างกันมา จะกันให้สิ้นในวันนั้น เป็นการล้างหนี้กันทั้งสามโลกในคราวเดียวจบสิ้น ไม่ค้างกันอีกต่อไป ลมพายุร้ายแรงเป็นมหาวาตภัยล้างโลก กวาดจักรวาลเป็นการชำระล้างทั้งสามโลก เปลี่ยนแกนกลางโลกเสียใหม่ ต่อให้ลูกมีร่างกายแข็งแกร่งปานเหล็กไหล มิอาจรอดพ้นมหันตภัยในครั้งนี้ได้ แม้ว่าภัยพิบัติครั้งนี้แม่เป็นผู้กำหนดขึ้นมาก็ตาม แต่แม่ก็ต้องร้องไห้ทุกวันคืน แม่มิอาจทำเป็นใจหินทำลายทุกอย่างทั้งดีทั้งชั่ว ทำลายทั้งหยกทั้งหินได้พร้อมกันในคราวนี้ แม่จึงได้หย่อนเส้นทางสายทองมาให้ลูกขึ้นกลับคืน เส้นทางอื่นใดมีเป็นพันเป็นหมื่นมิอาจพ้นได้ มีเส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะรอดปลอดภัย คือ "เอกายนมรรค" ให้รีบขอรีบธรรมโองการสวรรค์ คือ วิถีอนุตตรธรรมเสีย

นึกถึงลูกที่ลงมาเกิดกาย รับทุกข์ทรมานนานนักหนา แม่จึงสู้อุตส่าห์ขีดเขียนเพียรส่งสาสน์มาเตือนยังลูกๆทั้งหลาย ให้รีบบำเพ็ญเพื่อคืนกลับด้วยเกรงมหันตภัยจะทำลายล้างลูกที่แม่รัก ลูกที่ได้รับวิถีธรรมแล้ว อย่าลังเล ขอให้ลูกแม่รีบปฏิบัติบำเพ็ญเพื่อให้เกิดปัญญากล้า หากยังมัวหลงโลกโลกีย์นี้อยู่ ไหนเลยลูกจะรู้จักโลกอันเป็นสมมตินี้ได้ มองโลกมนุษย์ให้ละเอียดทุกจุดทุกมุม ในขณะนี้แล้วน่าเศร้ามากไหม เมื่อมหันตภัยมาถึง ต่อให้ลูกสามารถสร้างสิ่งป้องกันอันแข็งแกร่งใดๆก็ตาม ไม่อาจพ้นความวิบัติได้เลย ต้องเป็นไปตามกฎแห่งกรรม

"พลเมืองในโลกขณะนี้ ถ้าแบ่งออกเป็นสิบส่วน ในวันเกิดมหันตภัย คนจะตายเสียเจ็ดส่วน สามส่วนที่เหลือก็ต้องทนทุกข์ยากลำบากอยู่ระยะเวลาหนึ่ง กระดูกคนตายกองโตเท่าภูเขา เลือดท่วมไหลเป็นสายธาร"

หากยังมัวหลงใหลอยู่ในลาภยศ มัวโลภมัวหลงอยู่ ไม่ปฏิบัติบำเพ็ญธรรม สิ่งที่แน่นอนคือ ภัยพิบัติทั้งปวงทั้งเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดภัยจะกระหน่ำให้ญาณจิตตกไปสู่โลกันตร์มหานรก ถ้าอยากให้พ้นไปจากภัยพิบัติทั้งสิ้นนี้ ให้เร่งสร้างมหากุศล แม่จะดลจิตเทพให้คุ้มครองเจ้าให้ได้สุขขณะครองสังขารกายเนื้อนี้อยู่

ใครรู้สำนึกตัว ตื่นขึ้นมาบำเพ็ญ ได้ตามแม่กลับไปนิพพานแน่นอน ใครเป็นคนดื้อรั้นว่ายากสอนยาก ไม่ปฏิบัติบำเพ็ญ จะพลอยถูกกวาดส่งลงสู่นรกคราวมหันตภัยกวาดล้างในครั้งนี้ด้วย บัดนี้!เทพทุกพระองค์ที่มาพร้อมแม่ จะกลับคืนสู่เบื้องบนแล้ว ลูกๆทั้งหลายจงพร้อมกันมากราบส่ง แม่ขอเว้นช่วงพักและหยุดการเขียนสักครู่ก่อน แล้วจะมาให้คำสอนใหม่ให้เหมือนดังหยกทอง...

พระโอวาท อนุตตรธรรมมารดา สิบบัญญัติ :
ที่มา http://www.palungjit.com/board/showp...61&postcount=1

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สาส์นสำคัญจากหลวงปู่เทพโลกอุดร

0 ความคิดเห็น

มวลมนุษย์ ภัยพิบัติ น้ำจะท่วมโลก แผ่นดินจะไหว มนุษย์ที่ดีถึงจะรอด หมู่ชนควรทำดี ให้มนุษย์มีการปฏิบัติ มวลชนทุกหมู่เหล่าต้องปฏิบัติ พระเจ้าผู้สร้างโลก มองเห็นมวลมนุษย์ กำลังจะทุกข์ยาก ล้มหายตายจาก เวลานั้นใกล้เข้ามา มนุษย์เท่านั้น ที่จะช่วยตัวเองได้ จงทำตัวเองให้ดี จงมีจิตที่ดี จึงจะรอดพ้น ไม่มีใครช่วยใครได้ แผ่นดินจะกลืนกิน มิรู้สิ้นชีวิตเท่าใด ผู้ที่จะรอดปลอดภัย ต้องอยู่ในศีลธรรม พึงรักษาชีวี อย่าคิดว่าตายแล้วดีกว่าอยู่ ต้องอดทน ผู้รอดจากภัยพิบัติ คือ ผู้ที่ต้องอยู่ต่อ เป็นผู้ที่ต้องช่วยกัน ปรับสภาพจากเหตุการณ์ ที่ผ่านพ้นแต่กว่าจะถึงตอนนั้น มนุษย์ก็แสนสาหัส ทุกข์ยากอดอยาก ยากไร้ปางตาย ไร้ความทรงจำก็มี เพราะขาด การเตรียม ด้วยความไม่รู้ มนุษย์ต้องพบ วิบากกรรมชีวิต ทุกชีวิตที่อาศัย อยู่บนโลกลำบาก มนุษย์เป็นผู้ทำทุกสิ่งด้วยมือ ของมนุษย์ทั้งสิ้น ไม่มี ไม่ใช่ ใครที่ไหนทำ เวลาใกล้เข้ามา ทุกขณะความตาย กำลังเข้ามาใกล้ตัว

ก่อนถึงเวลา ก่อนถึงวันนั้น มนุษย์ผู้ซึ่งกระทำการทำลาย มนุษย์ด้วยกัน มันต้องพินาศเช่นกัน การกระทำของมันผู้นี้ ทำให้มนุษย์ จำนวนมากมายสิ้นชีวิต คล้ายใบไม้ร่วง มันหวังว่าจะได้เป็นใหญ่ ในแผ่นดินทั่วโลก แต่แล้วความหายนะ เข้ามาครองโลกแทน ความพินาศเต็มไปหมด ความหวังย่อยยับ ปฐพีเต็มไปด้วยเลือด ศพกลาดเกลื่อนเลือดทาแผ่นดิน ชีวิตสูญสิ้น สิ้นไร้ผู้คน มีแต่ความตาย ที่เห็นชัดความดับสูญครั้งใหญ่ ของมวลมนุษย์และสัตว์ในโลก


ความตายเป็นผู้ชนะ ผู้แพ้คือผู้กระทำความชั่วร้าย ผู้ที่ตายทั้งหมดเป็นผู้โชคดีกระนั้นหรือ ผู้ที่รอดเป็นผู้โชคดีกระนั้นหรือ มิใช่ทุกอย่างคือ กฎแห่งกรรม วิถีแห่งกรรม มาจากที่ใด ทำไม มวลมนุษย์จึงต้องรับความดับสูญ เพราะชีวิตกับความตายเป็นสิ่งที่คู่กัน ไม่อาจหลีกเลี่ยง ไม่มีทางหนีพ้น โอกาสผู้ที่รอด หมายถึง ผู้อยู่ต่อ เพื่ออนาคตโลก ผู้ทำลายดับสิ้นสูญ โลกร้อนระอุ มีแต่ไฟ เถ้าถ่านท่วมท้นแผ่นดิน น้ำเป็นพิษ สารเคมีท่วมท้น เชื้อโรคสารพัดชนิด กัดกินผู้คน ผู้ที่รอดแสนสาหัส ทุกข์ยากรอความตาย

ผู้มีบุญจะออกมาช่วย รักษาชีวิต ผู้คนมากมาย จะรอดชีวิตจากโรคร้าย การรักษา ไม่ต้องใช้ยา เป็นวิชา ไม่มีใครรู้จัก คนผู้นี้ รักษาผู้คน ไม่หวังสิ่งใด เพราะเป็นหน้าที่ก่อนเกิด การรักษา ไม่ต้องมาพบตัวผู้ป่วยอยู่แห่งใด รักษาได้ ไม่ต้องมา ถึงเวลาไม่ต้องค้นหา โรคจะหายเอง

เศรษฐกิจตกต่ำ ต้องการผู้แก้ไข ทั่วโลกวุ่นวาย ขาดอาหาร น้ำตาเนืองนอง ศพลอยฟูฟ่อง เพราะน้ำหลากมา น้ำตาไหลริน ไม่มีใครได้กินอิ่ม

มีแต่ความทุกข์ ความเศร้าโศกครอบคลุม คนทั่วโลกไม่ต่างกัน ทุกที่มีแต่ความเศร้า การสูญเสีย ของมวลมนุษย์ แต่ก็มีบางประเทศ ฟื้นตัวเร็ว การฟื้นตัวของบางประเทศรวดเร็ว เป็นประเทศเล็กๆ ประเทศที่เคยยิ่งใหญ่สูญเสียหนัก การพัฒนา เริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ช้า ทุกอย่างจึงกลับกัน ประเทศที่เคยเป็นมหาอำนาจ กลายเป็นผู้ยากไร้ แทบไม่น่าเชื่อ เคยมีเงินเหลือเฟือ ต้องฝืดเคือง ยิ่งกว่ากินเกลือ โลกไม่พ้นวิกฤต ความทุกข์ยังครองเมือง

ผู้อ่อนแอจะไม่รอด อากาศหนาว หิมะถล่ม น้ำแข็งละลาย น้ำป่าหลาก ความทุกข์ยากทับถม คนตายเพราะความหนาวทุกข์ทับถมทวี กว่าจะรู้ ความดื้อรั้น ความเชื่อยาก ทำให้มนุษย์ ได้รับบทเรียน แต่ไม่เข้าใจ เพราะความตายมาเร็วเกินไป ไม่ทันรู้ตัว มนุษย์ไมทันได้คิด ไม่มีโอกาส เข้าใจ ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะไม่บรรลุธรรม ต้องมีชะตากรรม เวียนว่ายตายเกิด อยู่เช่นนี้ ทุกชีวี ผู้รู้เหตุการณ์ รอเวลามีน้อย ความไม่แน่นอน

ความไม่มั่นใจ คิดว่าไม่เกิด จึงทำให้ การเตรียมตัวไม่พร้อม

อาหารไม่พอ น้ำดื่มไม่มี หมอก็ป่วย คนไข้มากมาย โรคที่เป็นก็หายยาก พุพองทั่วร่างกาย โรคร้ายทั้งสิ้น เกาะกินร่างกายกัมมันตภาพรังสี สารเคมี เชื้อโรคมากมี ทำร้ายร่างกาย อาหารเป็นพิษ ยาปฏิชีวนะ ช่วยไม่ได้ โรคระบาด ทุกหย่อมหญ้า ชีวิตร่วงเหมือนผักปลา ไม่มีเวลา มีแต่ชีวิตที่สิ้นไป กว่าเถ้าจะมอด กว่าน้ำจะลด กว่าเชื้อโรคจะหมดสิ้น ชีวิตสิ้นไปไม่รู้เท่าไหร่ ความอดทนต้องสูงสุด ไม่มีเสียงนกร้อง มีแต่เสียงโอดครวญ ความเจ็บปวด ครองเมือง

การครั้งนี้ กว่าจะสิ้นสุด ไม่มีใครล่วงรู้ ความไม่แน่นอน เที่ยงที่สุด ทุกชีวิต กว่าจะผ่านพ้น เหตุการณ์ สุดแสนลำบาก นอกจาก ผู้คนจำนวนหนึ่งหยั่งรู้ เตรียมรับสถานการณ์ ผู้คนเหล่านั้น มีโอกาส เป็นผู้อยู่รอด ชาวโลก กว่าครึ่งโลก ที่ล้มหายตายจาก ล้วนแล้วแต่ กรรม ฟ้าจะใสอีกครั้ง เมื่อฤดูฝนร่วงหล่น ละลายสิ่งต่างๆ ฝนจะชุ่มโชก สิ่งที่ร้ายจะกลายเป็นดี แต่ก็ต้องใช้เวลา พลิกฟื้นขึ้นมาใหม่
ช่วยกันทำนุบำรุงรักษาทุกประเทศต้องพัฒนา เหมือนยุคเก่าย้อนมา แต่เจริญรุ่งเรือง กลายเป็นโลกยุคใหม่ วิทยาศาสตร์ล้ำหน้า ชาวประชาหน้าใส คนที่เหลือจากเหตุการณ์ มีความคิดเปลี่ยนไป ไม่มีแล้วความคิดเก่าๆ ทุกอย่างเปลี่ยนไป แม้แต่ความคิดของคน เปลี่ยนแปลงไปหมด ลดทิฐิ จิตใจดี มีเมตตาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การแก่งแย่งชิงดี แทบสิ้นไป มนุษย์ จิตใจร้ายยังมีอยู่ ความเมตตาค้ำจุนโลก ทุกข์สร่างโศรก

ผู้มีเมตตาธรรมปรากฏ เพื่อนนุษย์ีช่วยเหลือกัน บำรุงรักษา ผู้มีจิตเมตตา เปิดโฉมหน้า แต่ไม่ปรากฏตัว ได้ยินแต่ข่าว ร่ำลือไปทั่ว เพื่อนมนุษย์ ทั่วโลก ต่างยินดีชื่นชม เหมือนพระเจ้ามาโปรด คนทั่วโลก ต้องการหมอรักษา หาหมอ ไม่ได้ โรคที่ระบาด ไม่มีในตำรา และไม่มียา แก้โรคที่ระบาด ความตาย มาเยือน ชีวิตมนุษย์ ได้สำนึก กว่าจะรู้ตัว เกือบจะรู้ตัว เกือบจะตาย ผู้ที่ตายไม่ได้รู้ตัว สำนึกในบาป

คนที่เหลือ ล้วนคิดได้ ความตาย ผ่านพ้นไป ผู้มีบุญ ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่กลัวเหนื่อย ไร้การแบ่งชั้น ทุกคนเสมอภาค ความดี ความพยายาม ผู้สร้างโลก ไม่ปล่อยให้ มนุษย์ ทุกข์ทรมานสู้กับความตาย นิมิตรหมายใหม่ ประกอบกรรมดี ละเว้นความชั่ว รักษาความดี อยู่ในศีลธรรม ตั้งมั่นในการปฏิบัติ อย่าเห็นแก่ตัว ทางสายกลาง ช่วยเหลือผู้อื่น จงมองตนเอง อย่ามัวรอเวลา ความว่าง (สุญญตา) จิตตั้งมั่น ปล่อยใจวาง จิตเป็นหนึ่ง มีสติ

คนที่สามารถทำได้เช่นนี้ ทางสายใหม่ คือการหลุดพ้น ผู้ที่ทำได้ ไม่ต้องมาเกิด ตามวัฎจักร ทางสายนี้มีมานาน ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ผู้ที่รู้ และเข้าใจ พยายามศึกษา ผิดบ้างถูกบ้าง เพื่อหาทางหลุดพ้น จากกิเลส พระเจ้าเบื้องบน เฝ้ามองดู ใครทำอะไร ไม่รอดพ้นสายตา การกระทำ ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ในสายตา มีการบันทึก ผู้ที่รอดตาย ต้องมีจิตใจเข้มแข็ง อดทนต่อสถานการณ์ ไม่ใช่ง่าย สิ่งที่เลวร้าย มนุษย์ ต้องอดทนให้ได้

กาลเวลาผ่านไป ผลที่ได้รับต่างทุกข์ถ้วนหน้า จิตใจสำคัญที่สุด เมื่อเวลานั้นมาถึง สภาวะคับขัน ผู้เข้มแข็ง จะรอดพ้น ความอดอยาก ความพลัดพราก คืบคลานเข้ามาความลำเค็ญ ผู้คนโอดครวญ ชีวิตทุกผู้ทุกนาม รอความหวัง อย่างสิ้นหวัง แต่ก็รอ สภาวะเช่นนั้น ใครทนได้ ยอดคน ชีวิตมืดมนต์ ยิ่งกว่าความมืด หนทาง มองไม่เห็น

สิ่งลี้ลับ เริ่มปรากฏ ผู้คนแตกตื่น ได้ยินเรื่องราว อันมหัศจรรย์ ความมหัศจรรย์นั้น ไม่เคยปรากฏ ตั้งแต่สมัยพุทธกาล มาสู่ยุคปัจจุบัน มนุษย์จะได้พบ สิ่งมหัศจรรย์ ในยุคนี้ ผู้ซึ่งไม่เคยได้พบเห็น ความมหัศจรรย์ จะมีโอกาส ได้เห็น

มงคล กริชติทายาวุธ
ประธานชมรมศาสนาและการกุศล
สารชมรมศาสนาและการกุศล

ที่มา http://www.palungjitrescuedisaster.com/showthread.php?t=671&page=4

ถ้าในปี 2551 นี้เป็นปีแห่งวันพิพากษาโลก

0 ความคิดเห็น

        ได้ทราบสัญญาณจากธาตุรู้แล้วว่า มนุษย์นั้นเป็นตัวการหลักที่สำคัญที่สุด ในการทำให้โลกนี้เสียความสมดุลอย่างรุนแรง ในขณะที่โลกหมุน และปรับแกนของตน เพื่อถ่วงความสมดุลนั้นกลับคืนมา ถ้าเปรียบกับมนุษย์แล้ว โลกทำงานหนักแสนสาหัส โดยไม่มีเวลาหยุดพักเลย ในทุกๆ ขณะที่กิจกรรมของโลกดำเนินไป มนุษย์ก็ยิ่งสร้าง ความไม่สมดุลให้กับโลกเพิ่มพูนทวี ด้วยความไม่รู้ ไม่เข้าใจถึงสภาวะสมดุลดังกล่าว มุ่งแต่ประโยชน์ และให้ได้มาซึ่งทรัพย์ที่เรียกว่า “ มนุษย์สมบัติ ” ทั้งหลาย สงสารแต่ มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่อาจจะไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นจริงธรรมชาติตามวัยอันควร ต้องจบชีพตนอย่างเวทนา



        เนื่องจากมนุษย์ผู้ใหญ่ทั้งโลก มีความเสื่อมของปัญญาทิพย์ อย่างถาวร จึงไม่อาจมี หรือสะสมความรู้ด้านสภาวะสมดุลของตน ของโลก ของจักรวาล มนุษย์ส่วนใหญ่ จึงประกอบอาชีพด้วยการทำลายโลกที่ตนอยู่ ให้ป่วยขั้นสาหัสขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญที่สุดคือ มนุษย์ไม่รู้ว่าตนนั้นทำลายโลก และจักรวาล ให้เสียหายอย่างไร มากมายเท่าใด และยังคงทำต่อไปอย่างที่เรียกว่า ทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และทระนงว่า ตนนั้น เป็นฝ่ายพัฒนาโลกนี้ ให้เจริญงอกงามทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ หรือการค้นพบนั้นแท้จริงแล้ว มนุษย์ใช้เป็นเพียงเครื่องมือค้นหาธรรมชาติต่างหาก ยังมีธรรมชาติรอให้มนุษย์ค้นหา และเข้าใจอีกมากมายนัก แต่น่าเสียดายที่มนุษย์ ใช้วิทยาศาสตร์ เพื่อการเอาชนะกันเพียงเท่านั้น เช่น เอาชนะว่าใครรู้มากกว่ากัน เอาชนะว่า ใครจะแปรเป็นทรัพย์ (เศรษฐกิจ) ได้มากกว่ากัน เอาชนะด้วยสงครามว่าใคร มีอำนาจเหนือใคร เอาชนะว่า ใครมีชั้นความเป็นอยู่สูงกว่าพวกใคร มนุษย์เกือบทั้งโลก ตกอยู่ในอารมณ์เหล่านี้ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้นักปราชญ์ที่พูดเก่ง ก็ซ่อน ความอยากเอารัด เอาเปรียบกับมนุษย์ที่โง่กว่า ไว้ในใจด้วยกันทั้งนั้น มนุษย์ไม่รู้เลยว่า แท้ที่จริง พวกท่านทั้งหลาย กำลังพากันเดินทางเข้าสู่หายนะมหันตภัย ของโลก ที่เกิดจากน้ำมือ ของตนเองทั้งสิ้น ยิ่งมีความรู้ ความสามารถ และ/หรืออำนาจมากเท่าใด ก็ยิ่งทำลายโลก ด้วยความเลวร้ายมากขึ้น และรวดเร็ว มากขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุด มนุษย์ไม่สามารถ ชนะสิ่งใดได้เลย แต่ต้องกลับเป็นผู้พ่ายแพ้ตลอดกาล อย่างน่าสงสาร



        เจ้ามนุษย์เอ๋ย ! จงมองเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างเท่าเทียม จะเห็นว่าสัญญาณข้อความที่กล่าวนี้เป็นจริง เพราะมนุษย์ไม่รู้จัก และเข้าใจซึ้งถึงสิ่งอื่นๆ เลย นอกจากกิเลสที่นำพาตน ดิ่งลงสู่หายนะสภาวะมหันตภัยเพียงเส้นทางเดียว (เริ่มด้วยความอยากนั้นเป็นจุดเริ่มต้น ตามด้วยความโกรธ และตามด้วยความหลง ซึ่งเป็นอบาย ส่องทางให้มนุษย์ เลือกเอา การทำลายสิ่งทั้งหลายทั้งปวงโดยไม่เลือกหน้า อย่างเมามัน และไร้สติ อย่างในปัจจุบัน) แต่นี้ไป มาดูผลงานการทำลายของพวกท่านกันเถิดว่า ยิ่งใหญ่มโหฬาร หรือเลวร้าย แสนสาหัสเพียงใด (ขอยกสิ่งใกล้ตัวคือ ประเทศไทย) ถ้าปราศจากการแก้ไข โดยมนุษย์เอง ตั้งแต่บัดนี้ สำหรับประเทศไทย ถ้ายังอยู่ในสภาวะปัจจุบัน มีข้อมูล ความเสียหายของพื้นที่ จากภัยพิบัติ ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศเริ่มตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวาระสุดท้าย เพื่อการเข้าสู่ ยุคพลังงานใหม่

โดยเริ่มจากจังหวัดเชียงราย มีแผ่นดินยุบบางส่วน โดยเฉพาะ อ.เชียงแสน จะเสียหายจากแผ่นดินยุบ เกือบทั้งอำเภอ

จังหวัดเชียงใหม่ เกิดรอยแยกจากรอยเลื่อนของแผ่นดินใต้จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิด ความเสียหายจากแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุด ตามแนวรอยเลื่อน แถบเทือกเขา อำเภอแม่สะเรียง ผ่านขึ้นดอยอินทนนท์ และรอยแยกเข้าที่ลุ่มตัวเมืองเชียงใหม่ ออกไปสู่อำเภอแม่ริม ไปเข้าสู่จังหวัดเชียงราย

แถบจังหวัดพิษณุโลก พบภัยจากน้ำเป็นบางส่วน จังหวัดกำแพงเพชรพบภัยจากน้ำเล็กน้อย

จังหวัดตาก ส่วนที่เกี่ยวเนื่องเลียบตามชายแดนพม่า และแม่ฮ่องสอนจะเกิดภัยแผ่นดินไหว แผ่นดินแยก

จังหวัดกาญจนบุรีเกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินแยกยุบตามรอยเลื่อน ที่ทอดยาวไปกับเทือกเขาตะนาวศรี เกิดความร้อนผุดขึ้นบางพื้นที่

จังหวัดสุโขทัยพบภัยจากน้ำมากพอสมควร

ต่ำลงมาตั้งแต่จังหวัดลพบุรี อ่างทอง อยุธยาจะกลายเป็นที่ลุ่มมากขึ้น กรุงเทพมหานคร ปากน้ำ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ถูกน้ำคุกคามทั้งหมด

ส่วนนครปฐม ยังคงอยู่บางส่วน ในที่สูงรอยต่อกับจังหวัดกาญจนบุรีถึงสุพรรณบุรี แต่ต้องระวังที่เก็บน้ำ เช่น ถ้าเขื่อนในจังหวัดกาญจนบุรีแตก พื้นที่เหล่านี้ก็เกิดภัยจากน้ำได้เช่นกัน

ภาคใต้ทั้งหมดจะกลายเป็นพื้นที่เกาะ ในส่วนที่เป็นเกาะปัจจุบันเช่น ภูเก็ตจะจมหายไปจนเกือบหมด เป็นไข่มุกใต้ท้องทะเล

อีสานเป็นพื้นที่ปลอด จากภัยพิบัติ แต่แห้งแล้งหนัก ในส่วนพื้นดินเป็นดินทรายยิ่งโก่งตัวขึ้นก็ยิ่งแห้งแล้ง ในพื้นที่ดินแดงจะมีน้ำมากขึ้น

ภาคตะวันออกนั้น ในพื้นที่อ่อนนุ่ม จะจมน้ำลงไปก่อน แล้วน้ำจะคืนให้บางส่วนทีหลัง ส่วนพื้นที่อยู่ปลายแหลม ไม่มีเหลือที่ให้มนุษย์ มีแต่สัตว์น้ำที่ครอบครองดินแดนแทน

        สัญญาณอณูธาตุรู้ยังบ่งบอกให้รู้อีกว่า ณ วันนี้ (๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐) ภัยพิบัติ ซึ่งเป็นช่วงแรกของมหันตภัย ระหว่างเดือนกรกฎาคมปีนี้ ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้านั้น มีความชัดเจนขึ้นมาก ที่มนุษย์และสรรพชีวิตจะต้องพบกับ "ภัยร้ายทางน้ำ" มาเป็นเอก

       ส่วนภัยทางอื่นรองลงมาแต่มีความเกี่ยวข้องกันด้วยที่ว่าธาตุดิน น้ำ ลม และไฟ ทำงานร่วมกันเสมอ ในพื้นที่ที่มีน้ำน้อยจะประสบสภาวะขาดน้ำ พื้นที่ใดมีน้ำมาก ก็จะมีน้ำมากเกิน จนเกิดโทษ อุปกรณ์ และวัสดุที่มนุษย์ใช้กับน้ำ เช่น เขื่อน สิ่งก่อสร้างใกล้น้ำ ควรตรวจความคงทนแข็งแรง ให้มีความมั่นคงแน่นหนา ในพื้นที่เก็บน้ำในรูปหิมะจะเกิดหิมะละลายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่สูง และจะเกิดสภาวะความร้อนสูงเข้ามาแทนที่ เนื่องจากหิมะให้ความเย็น และยังปกปิด ไม่ให้ความร้อนใต้พิภพผุดขึ้นมาตามรอยแตกของหิน ด้วยแรงดึงดูด จากผิวเปลือกโลก จะการเกิดพายุฝน และพายุลมบ่อยมาก และรุนแรงขึ้น ปีนี้มีปริมาณน้ำมาก และสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ด้วยมีฤดูฝนที่ยาวที่สุด เท่าที่เคยพบมาของมนุษย์ปัจจุบัน และมีแนวโน้มหนักขึ้นทุกปี สมควรที่มนุษย์ เร่งแก้ไขโดยร่วมกันสร้างสนามพลังงานแห่งมวลมนุษยชาติให้แข็งแรง และสามารถลดภัยพิบัติครั้งอีกให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะสายเกินไป

        มนุษย์ใฝ่ดีทั้งโลกนี้ ได้สร้างสนามพลังงานนี้ขึ้นได้มากกว่าเดิม ๑๐ % แล้ว ถึงแม้เพียงน้อยนิด แต่ก็รักษาชีวิตมนุษย์ได้มากทีเดียว ข้าคือสัญญาณธาตุรู้ในทุกสรรพสิ่ง ขออนุโมทนา เป็นปฐม ปกติข้าไม่เคยพึ่งความโชคดี แต่ข้าก็ขออวยพรให้มนุษย์และสรรพชีวิตจงโชคดี หากมนุษย์ยังเฝ้าคอยแต่โชคชะตา โดยไม่รู้จักตื่นไปกับข้า "ธาตุรู้ในทุกสรรพสิ่งแห่งสากลจักรวาล”

โดย Dr.G.G.Junior
คัดลอกจาก http://www.universal-signal.com

คำทำนายหรือจะถึงคราวสิ้นชาติ

2 ความคิดเห็น

คำทำนายหรือจะถึงคราวสิ้นชาติ(๒๕๕๑) โดยหลวงพ่อเจริญ วัดป่ามะม่วง(มรณภาพไปแล้ว)
________________________________________
คำทำนายหรือจะถึงคราวสิ้นชาติ

เมื่อประมาณปี 2516 มีคณะรัฐมนตรี นายทหาร นายตำรวจยศนายพัน กลุ่มหนึ่ง มาเรียนถามหลวงพ่อเจริญ วัดป่ามะม่วง ให้ท่านช่วยทำนาย
ว่าพวกกระผมจะทำการปฏิวัติ การนี้จะสำเร็จหรือไม่ แล้วผมจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่

ความจริงท่านไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง แต่จะบอกให้รู้ว่า

หลวงพ่อเจริญท่านตอบว่าสำเร็จ แต่จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 เดือน
หลังจากนั้น นักศึกษานักเรียน ประชาชนจะออกมาขับไล่จนคุณอยู่ไม่ได้ ไม่ดี

อย่าไปทำเลย

คุณเคยเห็นทะเลซุงไหม!

อีก 15 ปีหลังจากนี้ (2531)ทะเลซุง
จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ น้ำจะท่วมถึงยอดตาล
วัดวาอารามจะพังพินาศ คนจะล้มตายจำนวนมาก

และต่อจากนั้นอีก 20 ปี(2551)
แผ่นดินจะถูกแยก ต่างชาติจะเข้ามายึดแผ่นดินไทย
คนไทยจะไม่มีที่อยู่ โดนขับไล่
ทุกอย่างที่กล่าวมานี้เป็นกฎแห่งกรรม
จงไปบันทึกเอาไว้ ถ้าไม่จริงอาตมายอมถูกปรับ



ท่านกล่าวอีกว่า.....
อาตมาจะมรณภาพวันที่ 14 ตุลาคม2521 เวลาเที่ยง12.45 น.
ด้วยอุบัติเหตุรถคว้ำคอหักตาย และท่านก็มรณภาพวันนั้นจริงๆ

อ่านจากหนังสือ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ของ สุทัสสา อ่อนค้อม
ก็ภาวนาอย่าให้หลวงพ่อเจริญท่านทำนายถูกเลยครับ..... คนไทยแย่กันแน่ๆ
*********************
อ้างอิงข้อความจากลานธรรม โดยคุณ คนโคราช
********************

เกี่ยวกับผู้เขียน
คุณ สุทัสสา อ่อนค้อม คือ นามปากกาของ รองศาสตราจารย์ ด.ร สุจิตรา รณรื่น
รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะมนุษย์ศาสตร์ สถาบันราชภัฏธนบุรี


ซึ่งงานเขียนส่วนใหญ่จะหนักไปแนวธรรมะ แต่ก็ไม่ได้เป็นงานเขียนที่หนักเกินไปอย่างที่นิยมอ่ านกันก็จะเป็น นารีผล มักกะลีผล ซึ่งอย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับต้นไม้ในป่าห ิมพานต์ที่ออกลูกเป็นคนโดยตรงหรอกนะครับ เป็นพระประวัติ ของพระเทพสิงหบุราจารย์ ... หลวงพ่อจรัญ เจ้าคณะจังหวัด สิงห์บุรี
ผ่านพระครูเจริญ เจ้าอาวาสวัดป่ามะม่วง ในเรื่อง นารีผล และ มักกะลีผล ตอนนี้คุณสุทัสสา ก็เขียนประวัติท่านมาถึง เรื่อง... วัฏจักรแห่งชีวิต ที่กำลังพิมพ์เป็น

ตอน ๆ ในนิตยาสาร กุลสตรี


เป็นเรื่องราวที่น่าหาอ่านมาก ๆ นะครับหลวงพ่อจรัญเอง
ท่านก็เป็นพระที่เก่งในด้านวิปัสสนากร รมฐานมาก

มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ผมเองก็ไปนมัสการท่านอยู่บ่อย ๆ
นอกจากนี้ ยังมีนวนิยายอีกหลายเรื่องที่น่าอ่าน
อย่าง คนเหมือนกัน ดั่งฉัตรแก้วกั้นเกศ ไฟไหนเล่าร้อนเท่าไฟนรก
หรือ สัตย์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม


แถมยังมีคอลัมน์ตอบปัญหาธรรมะ และการนั่งวิปัสนากรรมฐาน ใน กุลสตรี อีก
ก็คือ คอลัมน์ ใต้ร่มมณฑารพ


คุณสุทัสสา อ่อนค้อม ได้รับรางวัลความเรียงชนะเลิศ
จากองค์กรนักคิดใหม่ เรื่อง.... การสร้างสันติภาพโลกแบบยั่งยืน

ที่มาข้อมูล จากคุณ อติรูป (คลิ๊ก ) http://www.sakulthai.com/webboard/Qu...v.asp?GID=5434

เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

รายงานแผ่นดินไหวทั่วโลก




รายงานแผ่นดินไหวภายในประเทศและใกล้เคียง