/*----Yahoo site map-------*/ /*----Bing site map-------*/

ค้นหาอะไรก็เจอ

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12-12-2012 เป็นต้นไป

0 ความคิดเห็น


สิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12-12-2012 เป็นต้นไป !!!
 
 
(นอกจากเรื่องภัยพิบัติแล้ว ยังมีสิ่งดีๆเกิดตามมาอีกด้วย)





mead สมาชิก

มีเรื่องที่เชื่อว่าหลายคนคงสนใจและอยากทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง นับจากวันที่ 12-12-12 นี้ เป็นต่้นไป ก็เลยนั่งแปลบทความนึงมาฝากให้อ่านกันหน่อย อย่าเพิ่งคาดหวังว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในช่วงนี้ จนน่าวิตกกังวลกันครับ ทำใจสบายๆร่มๆไว้ดีที่สุดแล้วครับ วิวัฒนาการมักจะค่อยเป็นค่อยๆไป แบบนี้แหละครับ
------------------------------------------------------------------------

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สรุป งานสัมมนา "พระอาจารย์รัตน์ เตือนภัยพิบัติ 2012-2013" 17 ธันวาเป็นต้นไปเตรียมตัวให้ดี



วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป พลังงานในโลกและสุริยะจักรวาลจะเริ่มหม้วนตัวเข้าหาสู่แกนกลางพลังงานของกา แลคซี่ทั้ง 3 อย่างช้าๆ

มนุษย์อาจเริ่ม

รู้สึกว่าการเคลื่อนไหว การเดิน ฯลฯ แตกต่างไปจากเดิม ลมหายใจติดขัด เกิดความแปรปรวนใรระบบสื่อสาน ระบบนำร่องของการเดินทาง ถึงเวลาต้องใช้พีระมิดฐาน 8 เหลี่ยม เพื่อปรับสภาพของมนุษย์ ให้เหมือนกับสภาพแวดล้อมภายนอก และพลังพีรามิดช่วยทำหน้าที่เป็นแกนพลังงานโลกชั่วคราว และช่วยให้ใจมีที่ยึดเหนี่ยว

การสร้างแกนพลังงานโลกใหม่

หากปล่อยให้พลังงานสะสม รวมตัว จนเป็นแกนพลังงานโลกตามธรรมชาติ คงต้องใช้เวลานานร่วม 4 เดือน จึงต้องหาตัวช่วยเพื่อม้วน ดึงพลังงานเข้าหาศูนย์กลางของแกนพลังงานโลกให้เร็วขึ้น โดยพลังงานจะค่อยๆ ถูกม้วนตามเข็มนาฬิกา

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

คำบอกกล่าวเรื่องภัยพิบัติ จากหลวงพ่อสุมโน ภิกขุ

0 ความคิดเห็น




ณคอนสะหวัน สมาชิก

ขออนุญาตเผยแพร่คำบอกกล่าวเรื่องภัยพิบัติ จากหลวงพ่อสุมโน ภิกขุ(หลวงพ่อเพชร) แห่งสำนักป่าอรัญวาสี 1 (เพชรบูรณ์) สำนักป่าอรัญวาสี 2 (กาญจนบุรี) ถ้าท่านใดสนใจติดตามได้ที่เฟสบุ๊คของท่านที่ลูกศิษย์จัดทำขึ้น และมีตารางการสอนมโนมยิทธิในแต่ละเดือนของหลวงพ่อด้วยค่ะ

เมล็ดธรรมจากขุนเขา ตอน ภัยพิบัติ
(กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ลูกศิษย์ : หลวงปู่ครับผมขออนุญาตถามนอกเรื่อง เรื่องภัยพิบัติอะไรแบบเนี่ย

หลวงปู่ : อืม เอาอย่างนี้นะ แต่ข้าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เดี๋ยวเอ็งไปที่สำนักข้าที่เพชรบูรณ์ สำนักข้าที่เมืองกาญเนี่ย ทำไมหนอ? หลวงพ่อถึงสร้างวัดอยู่ในที่สูงอย่างนี้ แล้วศาลาอะไรก็ใหญ่โตมโหฬารจุคนได้ 400-500 คน และก็เป็นวัดป่า ทำไมข้าบ้าสร้างศาลาอาคารแต่ละหลังเนี่ยไม่ใช่หลังเล็กๆ ข้าสร้างไว้ทำอะไร? ที่ข้าทำอย่างนั้น ข้าไม่ได้ทำโดยพลการ องค์สมเด็จเป็นองค์สั่งให้ข้าทำ ข้าก็ทำ แล้วก็ ภัยพิบัติเนี่ย มีแน่นอน 100% ลูกเอ้ย แต่คนดีที่มีศีลมีธรรมจะรอด บุคคลชั่วมันจะจมน้ำตายห่ากันหมด เพราะอะไร? มันห่วงสมบัติ มันมัวแต่จะไปเอาของอันนั้นออก เอาอันนี้ออก น้ำตูมมา ตาย!

ลูกศิษย์ : ใช่ หนูก็เป็น (หัวเราะ) เพราะว่าตอนน้ำท่วมลำลูกกา หนูไปแบกตู้เย็นมาก่อนเลยอ่ะ (หัวเราะ) ไม่ มันเป็นสิ่งเดียวที่แบบว่ามัน (เหลืออยู่) อืมครับ

หลวงปู่ : ความจริงเนี่ย มึงน่าจะไปงัดเสาปูนแบกออกไป

ลูกศิษย์ : หลวงปู่บอกว่าถ้ามีข่าวซึนามิเกิดที่ไหนนะครับหลวงปู่

หลวงปู่ : ถ้าได้ยินข่าวว่าน้ำมันเริ่มท่วมสมุทรปราการนะ จงรีบออกจากกรุงเทพให้เร็วที่สุด อย่าห่วงอะไรทั้งสิ้น น้ำมันรถเติมไว้ให้เต็ม ทั้งแก๊สทั้งน้ำมัน แล้วตีรถออกนอกกรุงเทพให้เร็วที่สุด ถ้าจังหวัดกาญฯคิดว่ามันใกล้ดิ่งไปหาข้า ถ้าอยู่ใกล้เพชรบูรณ์ไปสำนักเพชรบูรณ์ รับรองที่เพชรบูรณ์ ถ้าน้ำมันท่วมภูเขาลูกนั้นก็ กูก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว

แล้วก็ปักษ์ใต้นี่ วัดหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ที่ปัตตานีอ่ะนะ มันจะเหลือเป็นเกาะ เกาะก็ไม่ใหญ่โตเท่าไหร่หรอก ที่เหลือเป็นเกาะนั้นก็เพราะบารมีหลวงปู่ทวด เหลือเป็นแผ่นดินเป็นเกาะอยู่เท่านั้น ไม่ใหญ่โตอะไรมากมายจะเหลือเฉพาะที่วัดเท่านั้น นอกนั้นน้ำทะเลซัดหายหมด อินโดนีเซีย มาเลเซีย ภาคใต้ประเทศไทย น้ำเนี่ยนะ นู้นน่ะนะ สระบุรีนู้น

เอาอย่างนี้ดีกว่านะ เรือรบมันจะวิ่งอยู่บนยอดตึกใบหยก แล้วผู้คนจะตายไม่ใช่น้อยๆ แต่คนดีมีศีลมีธรรมรอด ไม่ตาย คนเหี้ยทั้งหลายแหล่รับรองไม่รอด เพราะเค้าล้างคนชั่ว ข้าก็พูดแบบนี้แหละ ตามภาพที่ข้าเห็น เกิดแน่ แต่ข้าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ อยากจะรู้ไหมว่าเมื่อร้อยล้านปีที่แล้วอ่ะ ทะเลมันไปอยู่ตรงไหน? รู้จักภูกระดึงไหม? รู้จักเขาวงพระจันทร์ไหม? ทำไมเปลือกหอยทะเลอยู่บนเขาวงพระจันทร์ แล้วทำไมเปลือกหอยทะเลอยู่บนยอดเขาภูกระดึง ทะเลทั้งนั้น ที่เรานั่งกันอยู่นี้มันท้องทะเลนะ น้ำทะเลมัน แห้งไปๆ ก็กลายเป็นแผ่นดินให้เราอยู่กัน ...

จบ..ดูเพิ่มเติม https://www.facebook.com/luangpoo

หลวง พ่อไม่ได้บอกว่าจะเกิดเมื่อไหร่แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตุ ที่ท่านบอกว่าถ้าได้ยินข่าวว่าน้ำท่วมสมุทรปราการให้รีบออกจากรุงเทพฯ ทันที ตรงนี้น่าจะเป็นสัญญาณเตือน

ขอฝากกระทู้บอกบุญสร้างห้องพักและห้องน้ำ สำหรับผู้ปฎิบัติธรรมที่สำนักป่าอรัญวาสี 2 ด้วยจ้า
ผลบุญมหาศาล เชิญร่วมทำบุญหลวงปู่สุมโน ภิกขุ พึ่งออกจากนิโรธสมาบัติ 13 ทิวาราตรีจ้า

ที่มา: board.palungjit.com

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง ทางกายภาพโลกจากดาวถ่วงดุล (เนบิรุ)

องค์ความรู้ ของ พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นในปลายปี พ.ศ. 2555 นั้น มีรายละเอียดแทบทุกอย่างเหมือนกับความรู้ที่ปรากฏอยู่ในกระทู้ของคุณลุงคน เชียงใหม่ ในเว็บพลังจิต (เว็บบอร์ด พลังจิต ดอทคอม)

ซึ่ง ให้ข้อมูลโดย “คุณวิกรม หลานของพระคุณลุง” และหลายท่านคงพร้อมที่จะเชื่อ เพื่อรักษาชีวิตของตนเองและครอบครัว ฉะนั้น หากมีความเชื่อแล้วควรเจาะลึกลงไปในหลายๆ รายละเอียด หาข้อมูล เหตุ และผล ของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และสลาย ของแต่ละเหตุการณ์อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ

องค์ ความรู้ของ พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ได้กล่าวถึงมหันตภัยโลกครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ว่า เป็นปรากฏการณ์ของการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของโลก ที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา เมื่อเวียนมาครบรอบ 13,000 ปี นั่นหมายความว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไปประมาณ 13,000 ปี โลกเราจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกายภาพใหม่กันอีกครั้ง

และ เป็นเช่นนี้เสมอ ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ประหลาด และจำเพาะจะต้องเกิดขึ้นในยุคนี้เท่านั้น มหันตภัยที่จะเกิดขึ้นเปรียบเหมือนกับการรื้อบ้านหลังเก่าทิ้ง เพราะใช้อยู่อาศัยมานาน จนเสา พื้น ฝ้า เพดาน หลังคา ผุ รั่ว เกินความสามารถที่จะซ่อมแซมให้ดีได้ดังเดิม การรื้อและสร้างใหม่จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

"สาส์นเตือนภัย" จากเพื่อนชาวน้ำ

0 ความคิดเห็น

จาก Crop Circle ข้างต้นในเยอรมัน เมื่อปี 2008 ชาวน้ำใน 4th และ 5th Density ได้กรุณามาส่งข่าวอนาคตเกี่ยวกับเหตุการณ์ของโลก ที่ดาวหาง Planet X ซึ่งกำลังโคจรใกล้เข้ามา และได้เลื้อยมาอยู่ระหว่างโลกและดวงอาทิตย์ บังเส้นแรงสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์ เกิดถ้วยเอ๊ดดี้ขนาด ใหญ่ (ก้ามปูยักษ์) และเมื่อเดือน ธันวาคม 2010 โลก ดาวศุกร์ และดาวคู่แฝดโลก ได้โคจร ลงไปในถ้วยนี้ และไม่สามารถโคจรรอบดวงอาทิตย์ต่อไปได้ จนกว่าจะพ้นออกมาจากคีมยักษ์ของ PX ที่ส่งสนามแม่เหล็กของตนบีบลงมาที่ดาวทั้ง 3 ดวงในถ้วยเอ๊ดดี้เพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา

กราฟิค ของชาวน้ำ บ่งบอกล่วงหน้าว่า จะเกิดเหตุรุนแรงโลกย้ายขั้ว ที่ตรงกับปลาย Trimester ที่ 2 เดือนสิงหาคม ซึ่งพยากรณ์ล่วงหน้าของคุณ Zeta กล่าวไว้ว่า โลกย้ายขั้วจะเกิดขึ้นก่อน 21 ธ.ค. 2012 เกิดขึ้นในปลาย Trimester ใด Trimester หนึ่ง

Trimester ที่ 2 เป็นช่วงที่สนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์รุนแรงกว่า Trimester อื่นๆอีก 2 ช่วง ปัจจุบัน ( 14 ก.ย. 2554) ล่วงเลยเวลาของเดือนสิงหาคม ที่โลกได้รับพลังงานสนามแม่เหล็กที่รุนแรงจากดวงอาทิตย์ และจาก PX ผสมกันไปแล้ว

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สู่โลกใบใหม่ หลังปี 2012

2 ความคิดเห็น


ขอขอบคุณ ผู้พเนจร จากฟากฟ้า และคุณ Adithep Wetwirounwong
ผู้พเนจร จากฟากฟ้า
เด็กน้อยวัย 7 ขวบ กับข้อความต่างมิติ ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2012 !!!


บท สนทนากับเดวิดจาก Inua วันที่ : 13 มีนาคม 2011 เรื่อง : สิ่งที่เกิดขึ้น และจะเกิดอะไรขึ้น! ที่มา :Humans Are Free: David from Inua: March 2011! What is Happening and What Will Happen! ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของเด็ก 7 ขวบ ที่แม่ของเขานำไปพบจิตแพทย์เพราะเขาได้รับการติดต่อด้วยเสียงของมนุษย์จาก ดาวเคราะห์ดวงอื่น เด็กคนนี้ชื่อ"เดวิด"แม้อายุของเขาจะยังน้อยมากบนโลก แต่เขาก็ได้ถือคำตอบของจักรวาลมาด้วย ดังที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้

เด วิดบอกจิตแพทย์ของเขาที่ชื่อ Aryana ว่า...เสียงที่เขาได้ยินนั้นมาจากดาวเคราะห์ดวงอื่น เขาเรียกเสียงที่เขาได้ยินว่า Aghton พวกเขาทั้งสองมาจากกลุ่มดาวอื่น ซึ่งจะทำให้มีการติดต่อนี้ต่อไป จนกว่าเดวิดจะสิ้นสุดการเดินทางของเขาบนโลก เขาจะอยู่ที่นี่ประมาณ 200 ปี หากเรานับปีเหมือนที่เราทำในตอนนี้ แต่เร็วๆนี้ เราจะเข้าใจถึงความแตกต่างกันของเวลาดังที่เป็นอยู่ และก่อนที่จะจบช่วงแรก เดวิดบอกว่า Aghton ได้ขอให้จิตแพทย์ของเขาช่วยเขียนหนังสือเพื่อที่ข้อความของเขาได้ส่งกระจาย ไปในวงกว้างยิ่งขึ้น. .

เดวิตบอกว่า โลกจะถูกทำให้การสั่นสะเทือนในการกระโดดเข้าสู่มิติที่สี่และที่ห้า แต่อาจทำให้มนุษย์สับสน เพราะคิดว่าเราอยู่ในความหนาแน่นของมิติที่สาม และมันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีของร่างกายมนุษย์ ที่จะทำให้ร่างกายโปร่งเบาขึ้น พร้อมกับได้รับดีเอ็นเอสายใหม่ที่กระฉับกระเฉง

เดวิดยังกล่าวว่า ดาวเคราะห์ทุกดวงมีภารกิจแตกต่างกัน เมื่อมีก้าวกระโดดเกิดขึ้น (ที่มีการทดสอบใหม่ๆอยู่เสมอ) ภารกิจของโลกเรา คือการจะได้สัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงนี้ทั้งหมด โดยรักษารูปร่างและโครงสร้างเอาไว้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นนี้ ยังไม่เคยมีการทำมาก่อน ดังนั้นเราทั้งหมดจะได้รับประสบการณ์นี้พร้อมกันเป็นครั้งแรก

เดวิดกล่าวว่า โลกที่เขาจากมา เรียกว่า Inua และตั้งอยู่ใกล้กับ Orion และนี่ เป็นส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ของเขา..Aryana Havah ได้พูดคุยกับเดวิดและถามคำถามที่สำคัญบางประการ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกและสิ่งที่จะมาถึง ถ้าคุณไม่ทราบว่าเดวิดเป็นใครโปรดอ่านบทความเหล่านี้ :กรุณาเก็บข้อความไว้ในใจด้วยว่า เดวิดเกิดมาในร่างกายมนุษย์ ซึ่งเขาคำนึงแล้วว่าตัวเองเป็นมนุษย์ในช่วงชีวิตนี้ เมื่อเขาพูดถึงอดีต ผมสังเกตเห็นว่าเขาหมายถึงเราคนเดียว ซึ่งเพราะเป็นชาติแรกของเขาในโลก


วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สัตว์รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหว

1 ความคิดเห็น



จากการวิจัยของผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวพบว่า หากสัตว์ป่ามีพฤติกรรมผิดไปจากปกติ มักจะเกี่ยวข้องกับการเกิดภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ทั้งนี้เพราะสัตว์มีความสามารถรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดแผ่นดินไหว เป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งในการเอาชีวิตรอด

พฤติกรรมผิดปกติของนก
นกมีความรู้สึกต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะนกพิราบป่าจะไวเป็นพิเศษ ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวในประเทศจีนพบว่า ขณะเกิดแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือน 3 ริกเตอร์ขึ้นไป ฝูงนกพิราบป่าที่อยู่ภายในรัศมี 50 กม. จากศูนย์กลางแผ่นดินไหวจะรู้ล่วงหน้า และบินหนีไปภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้กาและนกเลี้ยงบางชนิด เช่น นกแก้ว ก็มีความรู้สึกไวต่อการเกิดแผ่นดินไหวเช่นกัน

ภัยพิบัติที่จะเกิดกับประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๖๐


ประเทศไทยนับจาก ปี พ.ศ. 2555-2559 อาจจะเลยไปถึงปีพ.ศ.2560 จะเป็นปีที่ประเทศไทยมีแต่ภัยอันตรายต่างๆ รุมเร้าเข้ามาเล่นงาน ทั้ง “ภัยทางการเมือง” พอเรื่องการเมืองเริ่มจะสงบ หรือเริ่มจะเข้าที่เข้าทาง ก็ต้องมาเจอกับ “ภัยธรรมชาติ” ที่นับวันจะรุนแรงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะปี “พ.ศ.2557” จะเป็นปีหฤโหดมากที่สุดสำหรับประเทศไทย รวมไปถึงคนไทยอีกจำนวนมาก ที่ต้องสังเวยชีวิตและทรัพย์สินอย่างใหญ่หลวง จาก “ภัยธรรมชาติ” ที่กระหน่ำเข้าใส่อย่างชนิดไม่ทันตั้งตัว

นอก จากจะเกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมากแล้ว ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากจะไร้ที่อยู่อาศัย พ่อ-แม่-ลูกจะพลัดพรากจากกัน เด็กกำพร้าจะมีมากมายเพราะสูญเสียพ่อแม่ไปกับสายน้ำ ตึกรามบ้านช่องบางแห่งจะทะลายครืนลงมาอย่างน่าตกใจ หรือจะเรียกว่า “ตึกถล่ม” ก็ ไม่ผิด ถนนและสะพานหลายแห่งจะเสียหายจนใช้การไม่ได้ ประเทศต่างๆจะระดมความช่วยเหลือมายังประเทศไทย ข่าวใหญ่ข่าวดังไปทั่วโลก กรุงเทพฯและปริมณฑล จะกลายเป็นทะเลสาป ไปในชั่วพริบตา

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

อะไรเป็นสัญญาณก่อนเกิดภัยพิบัติครั้งรุนแรง

0 ความคิดเห็น


karan20 สมาชิก

ใน ปี 2553 ผู้เขียนได้พบหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า สัญลักษณ์อาร์เธอร์นอล (Arternall Symbol) เขียนโดยผู้ใช้นามว่า อริอโศก ในหนังสือดังกล่าวได้เล่าถึงประสบการณ์เร้นลับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรื่องประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรมและเรื่องเร้นลับต่างๆ ซึ่งหลายเรื่องเป็นความเชื่อส่วนบุคคลในหนังสือได้กล่าวถึงพระอาจารย์ดำ เจ้าอาวาสแห่งวัดป่ารัตนพรชัยว่าพระอาจารย์ดำเป็นครูบาอาจารย์ของท่านผู้ที่ ใช้นามว่า อริอโศก

เรื่อง ที่จะนำมาเล่าต่อไปนี้ ปรากฏอยู่ในหนังสือของผู้ที่ใช้นามว่า อริอโศก ดังกล่าว ไม่ทราบว่าจริงเท็จประการใด ขอเชิญท่านผู้อ่านใช้วิจารณญาณ

สัญลักษณ์ อาเธอร์นอล นั้นหมายถึงสัญลักษณ์แห่งคุณงามความดี และอำนาจทำลายล้าง ถ้าคนดีได้ครอบครองก็จะเป็นประโยชน์แก่โลกและบุคคลทั้งหลาย แต่หากคนชั่วได้ครอบครองก็จะเป็นอาวุธทำลายล้างโลก เป็นหายนะแก่โลกและชีวิต

สาส์นสำคัญจากแม่พระธรณี

0 ความคิดเห็น




ผม เข้าใจ (เอาเอง) ว่ายังมีคนอีกหลายคนที่ยังไม่ได้อ่านสิ่งที่แม่ฯมาสื่อ ผมเลยถือโอกาสนี้คัดบางถ้อยคำที่ผมถือว่าโดนใจผมเป็นการส่วนตัวมาให้อ่านกัน นะครับ
-----------------
มนุษย์ท้าทายความที่ชีวิตต้องดับสูญด้วยการทำสิ่งที่ไม่เกิดสิ่งที่ดีต่อตัว เอง เจ้าคิดสิ วันหนึ่งมนุษย์สร้างกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วความตายมันจะชะลออยู่ได้อย่างไรล่ะลูก เมื่อเจ้ายังหยุดเวลาไม่ได้ เจ้ายังหยุดสิ่งที่ทำชั่วไม่ได้ แม่ถึงได้มาชี้ให้เห็น มนุษย์อวดตนว่าเป็นผู้ฉลาด อวดตนว่าเป็นผู้คิดค้น แต่ก็ยังมิสามารถที่จะคิดค้นหรือจับต้องสิ่งที่เรียกว่า ความศรัทธาของมนุษย์ ได้ด้วยเครื่องที่ทันสมัย
-----------------
แต่เจ้าจำไว้นะลูกนะ เมื่อเจ้าเป็นลูกแม่ เจ้าทำในสิ่งที่เป็นกรรมต่อผู้อื่นโดยที่เจ้ารู้มากกว่าผู้อื่น เจ้าจะได้รับโทษทัณฑ์มากกว่ามนุษย์ผู้อื่นเป็นหลายสิบเท่า อย่างที่กฎมนุษย์มีไว้ ผู้ใดแต่งเครื่องแบบ ทำผิดโดยรู้เท่า เขาจะมีกฎรับโทษทัณฑ์มากกว่าผู้อื่น ใช่มั้ยลูก?
-----------------

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

ภูเขาไฟใต้ทะเลใกล้จะระเบิด

1 ความคิดเห็น

ภูเขาไฟใต้ทะเลใกล้จะระเบิด
โดยคุณน้ำใส


พระราชพิพัฒนาทร หลวงพ่อถาวร จิตฺตถาวโร
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร

ตอน เที่ยงวันนี้(24/09/2005) ผมไปทำบุญที่วัดปทุมฯ วันนี้โชคดีได้เจอหลวงพ่อถาวร ท่านอยู่พอดี ได้เรียนถามเรื่องเหตุเภทภัยที่ระยะนี้มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นถี่เหลือเกิน ท่านเมตตาฝากคำเตือนมา ผมจะเล่าให้ฟังดังนี้

ตอน ที่เรียนถามหลวงพ่อถาวร เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติต่างๆในช่วงนี้ หลวงพ่อท่านบอกว่า "น้ำ" ยังไม่น่ากลัว "ไฟ" ต่างหากที่น่ากลัวกว่า ที่ว่าไฟนั้นคือ ภูเขาไฟใต้น้ำระเบิด ท่านบอกว่าตอนนี้ภูเขาไฟทั่วโลกกำลังอยู่ในระยะอุ้มท้อง ท่านให้สังเกตว่าเมื่อตอนภูเขาไฟระเบิดใกล้จะคลอด ให้สังเกตดูตามสถานที่ๆ มีบ่อน้ำพุร้อนนั่นแหละ มันจะปะทุขึ้นมาอย่างผิดปกติ

วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2555

คำทำนายดวงเมืองประเทศไทย จากเว็บนวกาพรหม

5 ความคิดเห็น


คำทำนายดวงเมืองประเทศไทย
จากเว็บนวกาพรหม

กาดำดื่มน้ำตะโก พึ่งพักฟังบนป่ายี่โถ กาดำรู้นาดี จะเปลี่ยนสีเป็นกาขาวชาวอริยะ ภายหลังประเทศสยามเปลี่ยนชื่อมาเป็นประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2482 เวลา 09.00 น. ลัคนาราศีกรกฎ จะแบ่งยุคบ้านเมือง ออกเป็น 10 ยุค ยุคละ 10 ปี ดังนี้
 

1.พ.ศ.2482 - 2492 ยุคกาลี 2.พ.ศ.2492 - 2502 ยุคมิตรมาเยือน 3.พ.ศ.2502 - 2512 ยุคเฉือนดินแดน 4.พ.ศ.2512 - 2522 ยุคแสนแค้นกลางเขาควาย 5.พ.ศ.2522 - 2532 ยุคลายเสือครองเมือง 6.พ.ศ.2532 - 2542 ยุคฟูเฟื่องชาวสังคม 7.พ.ศ.2542 - 2552 ยุคชมบุญทรราชย์ 8.พ.ศ.2552 - 2562 ยุคชาติวิปโยค 9.พ.ศ.2562 - 2572 ยุคโรคคลาย 10.พ.ศ.2572 - 2582 ยุคหายกังวล 

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สัมภาษณ์พิเศษ: อาจารย์ปริญญา ตันสกุล บุรุษผู้นำสาส์นจาก "จิตจักรวาล" สู่ชาวโลก

1 ความคิดเห็น


หากจะเอ่ยชื่อของบุรุษท่านนี้ อาจารย์ปริญญา ตันสกุล หลายคนอาจจะนึกถึงหนึ่งในอดีตผู้นำนักศึกษายุค 14 ตุลา แต่วันนี้ อาจารย์เป็นที่รู้จักในนาม นักวิทยาศาสตร์พฤติกรรม มีความเชี่ยวชาญในการพูดบรรยาย และเขียนหนังสือเกี่ยวกับการแก้ไขพฤติกรรมที่บกพร่องของบุคลากร อาจารย์ปริญญาเป็นวิทยากรอำนวยการ ของสถาบันพัฒนาพฤติกรรมมนุษย์ HMDC รับเชิญจากองค์กร ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนทั่วประเทศ ไปบรรยาย ฝึกอบรม สัมมนา ฝึกอบรมปฏิบัติการเพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมนุษย์ ผ่านจิตสำนึก ด้วยวิธีที่ท่านคิดค้นขึ้นมาเรียกว่า "ไซโคโชว์"


แต่แรงจูงใจที่พาเราไปพบ และสัมภาษณ์อาจารย์ปริญญาในครั้งนี้ มิใช่เรื่องที่กล่าวมาข้างต้น หากเป็นเรื่องของการเตือนภัยไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับคลื่นยักษ์สึนามิ โดยการเขียนหนังสือชื่อ "11:11 วันเวลาที่สิบเอ็ด รหัสแห่งหายนะโลก" พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2544 และในปีเดียวกันนั้น อาจารย์ปริญญาก็ได้จัดคณะทัวร์ลงไปภาคใต้ ทั้งเกาะภูเก็ต พังงา ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า สุราษฎร์ธานี เพื่อบอกข่าวร้ายนี้ให้ชาวใต้ได้ทราบและเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับมัน แต่กลับไม่มีใครเชื่อหรือให้ความสนใจ จนสองปีผ่านไป เหตุการณ์นั้นก็ได้เกิดขึ้นจริงตามที่เป็นข่าวไปทั่วโลก


มีคำถามว่า อาจารย์ปริญญาทราบได้อย่างไรว่าจะเกิดสึนามิในอนาคตข้างหน้า?... คำตอบที่อาจารย์ปริญญาสละเวลามานั่งอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอนให้เราทราบ อยู่ในบรรทัดต่อไปนี้... อยากทราบว่าตอนนี้อาจารย์ทำอะไรบ้างคะ "สิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ก็คือ คิดสร้างทฤษฎีขึ้นมา ซึ่งเป็นทฤษฎีทางด้านวิทยาศาสตร์พฤติกรรมขึ้นมา ที่ผมเรียกว่า ทฤษฎีการถ่ายทอดพฤติกรรมผ่านจิตสำนึกของมนุษย์ แล้วก็สร้างกลยุทธ์ขึ้นมารองรับทฤษฎี ซึ่งเป็นความเชื่อของตัวเอง ผมเรียกมันว่า "ไซโคโชว์" ย่อมาจากคำว่า psychology และ show ที่แปลว่า แสดง... ผมสร้างตัวนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขพฤติกรรมขยะของมนุษย์ และสร้างทักษะในการสั่นสะเทือนจากจิตสำนึกให้กับมนุษย์ ผมเชื่อว่า พฤติกรรมมนุษย์นั้น ไม่ได้เกิดมาจากอารมณ์ ความรู้สึก อย่างเดียว แต่มีบ่อเกิดของพฤติกรรมที่เราแสดงออกกันทั้งวัน เราเคยร่ำเรียนจากเมืองนอกกันมา เราเน้นแต่ในเรื่องจูงใจ อยากให้ใครเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก็นำสิ่งล่อใจมาจูงใจ จูงด้านบวกบ้าง จูงด้านลบบ้าง ประเทศที่ด้อยพัฒนาทั้งหลายก็นำตัวนี้ไปใช้กัน ซึ่งผมมองเห็นว่าประเทศไทยเราเป็นเมืองพุทธ พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนว่า อย่า-อยู่-อย่าง-อยาก

ท่านไม่ได้พูดสั้น ๆ อย่างนี้ อันนี้เป็นคำที่ผมนำมาสรุปเอง ท่านทรงสอนให้ละวางกิเลส ปฏิเสธปัญหา แต่ทฤษฎีของฝรั่งที่ว่าด้วยการจูงใจนั้น เป็นการกระตุ้น "ต่อมอยาก" ของมนุษย์ มนุษย์จะไม่ทำความดี ถ้ามองไม่เห็นว่าทำดีแล้วจะได้อะไรตอบแทน มนุษย์จะไม่ยอมเลิกทำชั่ว ถ้าไม่กลัวว่าทำชั่วแล้วจะติดคุก หรือถูกประหารชีวิต ทุกวันนี้ก็ยังมีคนทำชั่ว ยังไม่หยุดทำ เพราะจิตสำนึกบกพร่อง และอีกอย่างหนึ่งก็คือ เพราะเราไปกระตุ้นต่อมอยากของมนุษย์ซะจนเคยตัว มนุษย์จะทำสิ่งใดเพียงเพราะว่าอยากทำ จะไม่ทำสิ่งใดเพียงเพราะแค่ไม่อยากทำ ทั้งที่จริงๆแล้วสิ่งนั้นไม่ควรทำ ก็ดันไปทำ แต่สิ่งที่ควรจะทำกลับไม่ทำ ไม่ว่าจะเป็นทางธรรมะ ที่เราสอนกัน ทำบุญเบื้องล่างเอาไปสร้างเบื้องบน ทำบุญหลายหนได้กุศลหลายครั้ง นี่คือคำเชิญชวนของชาวพุทธ ซึ่งนี่คือ ตะแบง พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนั้นเลย ทุกวันนี้คนทำบุญเพราะอยากไปสวรรค์ ไม่ได้ทำบุญหรือทำความดีงาม เพราะเห็นว่ามันดี อย่างนี้เรียกทำความดีงามแต่ก็งมงาย ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ที่ผมศึกษาถือว่าเป็นโมฆะกรรม เพราะทำดีแต่งมงาย คุณต้องทำดีให้ได้ด้วยจิตสำนึกของตัวคุณเอง นั่นคือสิ่งที่ผมศึกษา...

อาจารย์ช่วยให้คำจำกัดความของคำว่า "งมงาย" หน่อยค่ะ "งมงาย แปลว่า ทำหรือเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิดก็ตาม เชื่อหรือทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยไม่อาจอธิบายได้ว่า มันดีหรือมีประโยชน์อย่างไร มันคืออะไร... คำว่างมงายก็คือ เชื่อทันทีที่ได้ฟัง ปฏิเสธทันทีที่ได้ยิน มันต้องใช้สติปัญญาในการไตร่ตรองพิจารณาก่อน เพราะเราเกิดมาเป็นมนุษย์ มีจิตสำนึกที่สัตว์เดรัจฉานไม่มี ศูนย์กลางของการสั่นสะเทือนทางจิตของมนุษย์ก็คือ สติปัญญาที่ได้จากการใช้สมองให้เป็น และจุดศูนย์กลางของการขับเคลื่อนพฤติกรรมทางความคิด และพฤติกรรมทางกายหยาบก็คือ ความรัก สัตว์มีความรักแน่ เพราะเขามีความไร้เดียงสา ถ้ามนุษย์เรารักกันไม่เป็น รักกันไม่ได้ ก็ต้องอายหมา อายสัตว์เดรัจฉาน ถ้าเราไม่รู้จักรักกัน เหมือนอย่างที่เขาด่ากันว่า ขนาดหมาแมวก็ยังรักลูก แต่มนุษย์บางคนเลวกว่าสัตว์เพราะรักไม่เป็น...

กลับมาที่ทฤษฎีที่อาจารย์บอกว่าสร้างขึ้นมานั้น เป็นประโยชน์อะไรบ้างกับมนุษย์ "ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ทางด้านจิตวิทยาที่ผมค้นพบ คือต้องการให้มนุษย์แสดงอำนาจในตัวเองออกมา โดยการค้นหาอำนาจในตัวเองให้พบ อำนาจที่แท้จริงก็คือ อำนาจที่ต้องได้มาจากการสั่นสะเทือนทางจิตสำนึก ไม่ใช่อำนาจที่ได้จากการถูกจูงใจ เมืองนอกเมืองนาผมก็ไปเรียนมา และค้นพบว่าการจูงใจนั้นทำให้มนุษย์เราสันดานเสีย ถ้าเราสอนลูกหลานว่า กลับถึงบ้านต้องขยันอ่านหนังสือ ถ้าไม่มีอะไรจูงใจ ไม่ขู่ว่าจะตี ไม่คอยจ้ำจี้จ้ำไช ลูกก็อาจจะไม่ทำ มัวแต่ดูการ์ตูน แต่ถ้าบอกลูกว่า ถ้าทำการบ้านเสร็จ แม่จะให้เล่นเกม ลูกจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทันที แต่ในขณะที่ทำการบ้าน ใจก็มุ่งไปที่เกมแล้ว เด็กก็รีบทำให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้ไปเล่นต่อ ซึ่งตรงนั้นเป็นพฤติกรรมที่เบี่ยงเบน เพราะจริง ๆ เด็กยังไม่ได้รักการอ่าน การทำการบ้าน แต่รักการเล่นต่างหาก เด็กทำเพราะเป็นสิ่งที่แม่ต้องการให้ทำ หรือทำเพื่อตัวเองจะได้ไปเล่น แต่ไม่ได้มีจิตสำนึกที่จะทำ" แล้วจะสอนอย่างไรให้เด็กมีจิตสำนึกล่ะคะ "สิ่งแรกที่ต้องทำคือ แม่ต้องเลิกใช้วิธีนี้ ทุกวันนี้สถาบันครอบครัวในสังคมไทยเราล้มเหลว โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมือง เพียงแต่ว่าเราเองเห็นภาพไม่ชัดเจน เช่น เด็กที่ยกพวกไปตีกัน ไปสืบประวัติดูก็พบว่า พ่อแม่ก็มีนะ แต่ไม่มีเวลาดูแลลูก หรือเลี้ยงลูกแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ มาตั้งแต่เด็ก หรือเด็กที่มีปัญหาท้อง แท้ง ทิ้ง ก็มาจากโครงสร้างของสังคมล้มเหลว หรือแม้กระทั่ง 5 จังหวัดภาคใต้ อาจารย์ได้รับเชิญจากกระทรวงมหาดไทยให้ไปทำไซโคโชว์ให้ ทำได้แค่ 2-3 รุ่น เพราะมีปัญหาบางอย่างเลยทำให้ทำต่อไม่ได้ ผมทำให้ฟรี เสียสละทุกอย่าง เพราะอยากช่วยประเทศชาติ ผมมาทำตรงนี้เพราะผมสำนึกได้ว่ามันเป็นหน้าที่ของผม มนุษย์เรามีหน้าที่สองด้าน คือหน้าที่ทางโลก และหน้าที่ทางจิตวิญญาณ ผมศึกษาวิทยาศาสตร์ทางจิต แล้วก็ค้นพบทฤษฎีอะไรมากมายเกี่ยวกับมนุษย์ และค้นพบแม้กระทั่งสึนามิจะเกิด ผมยังเป็นคนเตือนคนในประเทศไทยเอาไว้ ผมลงทุนพาชาวคณะจากกรุงเทพฯ 2 คันรถบัสไปเตือนคนที่เกาะภูเก็ต ประมาณปี 44 ผมไปถึง 2 ครั้ง แต่เชื่อมั้ย ไม่มีใครสนใจ แม้แต่นายกเทศมนตรีของภูเก็ต ฟังผมพูดไม่ทันถึง 5 นาที ก็ลุกเดินออกจากห้องไปเลย...

เราชาวพุทธเคยได้รับการสั่งสอนมาว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อใช้กรรม สำหรับทฤษฎีของอาจารย์นี่มนุษย์เราเกิดมาเพื่ออะไรคะ "...มนุษย์เราทุกคนที่มาเกิดในโลกย่อมมีหน้าที่ติดตัวมาด้วยทุกคน คือหน้าที่ทางจิตวิญญาณ ไม่ว่าจะเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำประเทศ หรือเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำทางศาสนา เพื่อเป็นแม่ทัพนายกอง หรือเพื่อจะมาเป็นแบบนายกรัฐมนตรี หรือจะเป็นใครก็ตามทุกคนมีหน้าที่ทางจิตวิญญาณ แต่ว่าคนบางคนเกิดมาทั้งภพชาติ ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำหน้าที่อะไร เลยต้องเวียนตายเวียนเกิดกันพอสมควร... บังเอิญผมโชคดีที่ผมศึกษา เรียนรู้ และค้นพบว่าตัวผมเองมีหน้าที่ต้องทำสิ่งใด ซึ่งหน้าที่ของผมก็คือ ต้องเป็นบุรุษไปรษณีย์ ให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในยุคนี้ด้วยกัน เป็นบุรุษไปรษณีย์รับสารจากผู้ที่มีข่าวสารจากคนละมิติกัน ซึ่งผมเรียกว่า จิตจักรวาล ใช้ระบบจิตสื่อจิต เป็นวิธีพิเศษที่เราใช้จิตเราร่วมกับสมองซีกขวาและซีกซ้ายเพื่อให้เกิดปัญญา การสื่อกับจิตจักรวาลที่ผมพูดถึงนี้ก็คือ ผู้ให้กำเนิดจิตวิญญาณของมนุษย์ทุก ๆ คน และเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง ถ้าเป็นศาสนาคริสต์ เขาเรียกว่า God แต่ผมกลัวคนจะสับสน เพราะผมเป็นพุทธ ผมก็เลยขอพระนามพระองค์ว่า จิตจักรวาล คำว่าจิตแปลว่า แก่นแท้ จักรวาล ก็คือ สนามพลังงานสากลที่กว้างใหญ่ไพศาล เพราะฉะนั้น จิตของจักรวาลก็คือ จุดกึ่งกลาง หรือจุดศูนย์กลาง ของจักรวาลอันไพศาล และจุดศูนย์กลางนั้นก็คือ สิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของทุกสรรพสิ่งในสนามพลังงานสากล God หรือจิตจักรวาลนี้มีพระองค์เดียวนะ คำว่า God ก็คือที่เราเรียกว่า พระผู้เป็นเจ้า หรือพระผู้สร้าง ไม่มีอะไรเลยในสนามจักรวาลนี้ที่จะเกิดขึ้นมาเองได้ ไม่มีสิ่งใดบังเอิญ ล้วนมีผู้ให้กำเนิด หรือมีจุดกำเนิดทั้งนั้น เช่น พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากเหตุ เมื่อเหตุดับ ทุกอย่างย่อมดับตามไปด้วย หมายความว่า เมื่อมีผลเกิดขึ้น แสดงว่ามีเหตุแห่งการทำให้เกิดผลนั้น เมื่อมนุษย์และโลกคือผลของการเกิดนั้น ถ้าเราเชื่อตามพระพุทธเจ้า ก็แสดงว่า มีเหตุแห่งการทำให้มนุษย์เกิด มีเหตุแห่งการทำให้โลกเกิด ซึ่งการเป็นผู้ทำให้โลกเกิดก็คือ การเป็นผู้สร้างนั่นเอง เช่น พ่อแม่ของเราเป็นผู้สร้างให้ลูกอย่างเรามาเกิดเป็นมนุษย์ เพราะพ่อกับแม่เราเป็นเหตุแห่งการเกิดของเรา ดังนั้น พ่อแม่ของเราล้วนเป็นผู้สร้าง ทางศาสนาจึงเรียก บิดา-มารดาว่า พ่อพระ แม่พระของลูก เพราะเป็นพระผู้สร้างในโลก แต่พ่อแม่เราก็มีผู้สร้างมาเหมือนกัน และสิ่งที่พ่อแม่เราไม่ได้ให้เรามาก็คือ จิตวิญญาณที่อยู่ในกายเรา จิตวิญญาณที่เป็นแก่นแท้ของความเป็นเรา ซึ่งเวลาตายไปแล้ว จิตวิญญาณของเราจะละออกจากสังขารไป แล้วเราเคยคิดไหมว่า จิตวิญญาณเรามาจากไหน และเมื่อตายแล้ว จิตวิญญาณเราจะไปไหน ...

จิตวิญญาณเป็นรูปธรรมทางพลังงาน นักวิทยาศาสตร์โลกก็ทราบว่า พลังงานสูญหายไปไหนไม่ได้ พลังงานทั่วๆไปจะเป็นคลื่นความถี่ที่เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ แต่จิตวิญญาณของคนเราไม่ใช่คลื่นความถี่ที่ไปเรื่อยๆเป็นกล่องพลังงาน พลังงานมี 2 รูปแบบ 1. คือพลังงานที่เป็นคลื่นความถี่ที่เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆอย่างไม่หยุดนิ่ง คือสั่นสะเทือนไปด้วย เป็นคลื่นไปด้วย อย่างคลื่นทะเลที่เป็นระลอก ถึงฝั่งก็ซัดเลย แต่จิตวิญญาณของเราเป็นกล่องพลังงาน เป็นกล่องหรือขวดใบหนึ่ง หรือลูกบอลลูกหนึ่ง ที่มีคลื่นความถี่อยู่ข้างในหลายคลื่นความถี่ ที่ลดเลี้ยวเกี่ยวพันกันอยู่ในกล่องนั้น ไม่แตกกระสานซ่านเซ็นออกมาภายนอก มีภาชนะห่อหุ้มเก็บไว้อย่างดี ภาชนะที่ห่อหุ้มจิตวิญญาณนั้น จิตจักรวาลหรือพระบิดาของเราเรียกว่า เมอร์คขะบาห์ คือพลังงานเวลาสั่นสะเทือน จะมีเสียงด้วยซึ่งหูมนุษย์เราไม่ได้ยิน แต่ชาวโลกวิญญาณเขาได้ยิน ความถี่ของเมอร์คขะบาห์จะเป็นความถี่ชนิดหนึ่งที่มีความเข้มข้น มีความถี่สูงมาก เวลาสั่นสะเทือนแล้วจะเกิดเสียงว่า เมอร์คขะบาห์ สิ่งที่ผมพูดนี้ ลูกศิษย์ผมที่เป็นระดับด็อกเต้อร์ เป็นนายพล เขาพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไปหมดแล้ว..." แล้วเราจะทราบได้อย่างไรคะว่า เราแต่ละคนเกิดมาเพื่อทำหน้าที่อะไร "การที่เราจะรู้ได้ว่า เราเกิดมาเพื่อทำอะไรมีอยู่ 2 วิธี คือ 1. ต้องศึกษา ต้องเรียนรู้ เพื่อจะเปิดมิติทางวิญญาณให้กับตนเอง ซึ่งภาษาผมเรียกว่า ต้องหาหนทางรู้แจ้งด้วยตนเอง อย่างเช่น เป็นกษัตริย์หรือพระเจ้าแผ่นดินนี่ มีใครอยากเป็นแล้วเป็นได้บ้างมั้ย นั่นคือเป็นหน้าที่พิเศษเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ทุกคน คือจะต้องขันอาสาว่า ต้องมาทำหน้าที่เช่นนั้น และได้รับอนุญาตจากจิตจักรวาลให้ทำหน้าที่อย่างนั้น หรือตัวผม หน้าที่ของผมนี้ก็เป็นหน้าที่พิเศษเป็นบุรุษไปรษณีย์ รับสาส์นจากจิตจักรวาลมาบอกกับเพื่อนมนุษย์...

จิตจักรวาล ที่อาจารย์เอ่ยนั้นมีรูปร่างหน้าตาอย่างไรคะ "ผมจะยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจว่าจิตจักรวาล หรือ God คือใคร คืออะไร นึกถึงภาพแมงมุมตัวหนึ่ง เป็นแมงมุมยักษ์ เวลาเขาชักใย ใยของเขาก็จะยักษ์ใหญ่ตามไปด้วย และตัวแมงมุมอยู่ตรงกลางของใยแมงมุม แมงมุมตัวนี้ ผมสมมุติว่าเป็น จิตจักรวาล ใยแมงมุมที่แผ่กระจายออกไปกว้างใหญ่ เปรียบเสมือนสนามพลังงานสากล ที่กว้างใหญ่ไพศาลเสมือนหนึ่งไร้ขอบเขต แต่ไม่ไร้ขอบเขตนะ เหมือนแมงมุมกว้างใหญ่ขนาดไหนก็จะมีสุดขอบของมันอยู่ สนามพลังงานก็เช่นกัน และแม่แมงมุมตัวนี้ เขาก็ไข่ออกมาทีเป็นร้อย ๆ พัน ๆ ล้าน ๆ ฟอง ๆ พอไข่ออกมาแล้ว จะไปวางบนใยก็ไม่ได้ เพราะไม่ปลอดภัย ก็เลยชักใยทำเป็นเปลือกไข่ขนาดใหญ่ห่อหุ้มไข่เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตัวเองไข่ไว้อีกทีหนึ่ง โดยเปลือกไข่นี้ก็วางไว้บนใยแมงมุมของตัวเองอีกทีหนึ่ง หมายความว่า ใยแมงมุมนั้น จะมีไข่แมงมุมใบใหญ่อยู่ใบหนึ่ง ซึ่งมีไข่เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ข้างในเยอะแยะ เปลือกไข่ที่แม่แมงมุมชักใยห่อหุ้มไว้นี้คือสิ่งที่สร้างใหม่ วางอยู่บนสนามพลังงานสากลอย่างที่อาจารย์บอก คือวางอยู่บนใย สิ่งที่สร้างใหม่นี้ นักวิทยาศาสตร์โลกเรียกกันว่า เอกภพ และภายในเอกภพประกอบด้วยไข่แมงมุม ขี้แมงมุม อะไรต่ออะไรเยอะแยะเลย เวียนตายเวียนเกิดกันอยู่อย่างนี้ ก็เหมือนเป็นเปลือกที่สร้างไว้ให้ พอลูกเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว ก็ผสมพันธุ์กันก็ออกลูกออกหลาน วนเวียนกันอยู่อย่างนี้ หาทางหลุดออกมาข้างนอกไม่ได้ จิตจักรวาล หรือ God ก็เลยต้องส่งพระพุทธเจ้าบ้าง พระเยซูคริสต์บ้าง พระนะบี มะฮะหมัด บ้าง มาคนละยุคคนละสมัย มาเกิดในเปลือกไข่นี้ เพื่อไปบอกคนที่อยู่ในเปลือกไข่ หรือในเอกภพนี้ว่า มรรคผลสูงสุด ต้องนิพพานนะ ที่นี่ไม่ใช้บ้านนะ ต้องออกไปอยู่ข้างนอก ให้เจาะเกราะที่หุ้มห่อป้องกันภัยเอาไว้ให้ ออกมาข้างนอก มาสู่ใยแมงมุมที่พ่อหรือแม่เกาะอยู่ตรงกลาง รอว่าเมื่อไหร่ลูกโตแล้ว จะเจาะเปลือกไข่ออกมาสักที แต่ลูกก็ไม่ยอมเจาะ ก็สนุกสนานว่ายวนกันอยู่ในนั้น นั่นก็คือคำว่า ไม่หลุดพ้น การหลุดพ้นนี้คือ หลุดพ้นออกไปจากเปลือกที่ห่อหุ้มไว้สู่สนามพลังงานภายนอกที่เรียกว่า แดนสุญตา มาสู่ใยแมงมุมก็คือ สู่อ้อมอกของพระบิดาก็คือแม่แมงมุม เพราะฉะนั้นเราก็ต้องหาว่า แดนนิพพานอยู่ไหน แค่เราเจาะเปลือกไข่ออก แค่นี้ก็พอ แต่ทุกวันนี้ ลูกๆของพ่อคือ เทหวัตถุ ทุกสิ่งที่สร้างก็อยู่ในเปลือกไข่นั้น ทั้งโลก ทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตในเอกภพ พระบิดาเป็นผู้สร้างไว้ทั้งหมด ไม่มีสิ่งใดบังเอิญเกิดเลย ทุกอย่างพ่อสร้างให้มันเป็นทั้งนั้น อย่างเช่น น้ำ พระบิดาหรือจิตจักรวาล ก็เป็นผู้กำหนดก็ไม่ต้องมายืนควบคุมกำกับว่า ถ้าเจอความร้อนต้องระเหยเป็นไอนะ ถ้าเจอความเย็นต้องควบแน่นก่อนนะ เป็นหยดน้ำนะ พระบิดาไม่ต้องคอยยืนกำกับ เช่น สมมุติว่า เราเป็นพ่อเป็นแม่ของลูก ถ้าลูกยังเตาะแตะ ไปเองไม่ได้ เราต้องอุ้มกะเตงๆไป พอลูกโตขึ้นมา ไปไหนเองได้ ใครเห็นลูกเราก็ต้องรู้ว่า เป็นเด็กมีพ่อมีแม่ แต่มนุษย์เราโง่ พอเห็นต้นไม้ใบหญ้า เห็นทุกสิ่งก็นึกว่ามันเกิดของมันเอง ไม่ได้นึกว่า สิ่งเหล่านี้มีพ่อแม่สร้างขึ้นมานะ มีผู้สร้างนะ ลืมแม้กระทั่งตัวเอง ลืมว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน มาเกิดเป็นมนุษย์กันทำไม...

หมายความว่า จิตจักรวาล ท่านสร้างมนุษย์ให้เกิดมาเพื่อทำหน้าที่บางอย่างใช่ไหมคะ "หลักใหญ่ของจิตจักรวาล ก็คือสอนคนให้รู้สำนึกในหน้าที่ของตัวเอง เรามาเกิดเป็นมนุษย์กันทำไม คำว่าเราคือ จิตวิญญาณ และเราต้องสำนึกไว้ว่า ตัวเรานั้นเป็นคนสองมิติ มิติที่หนึ่งคือ มิติของกาย สังขาร ซึ่งผมเรียกว่า เครื่องยนต์แห่งกรรม อีกมิติหนึ่งคือ มิติของจิตวิญญาณ จิตจักรวาลต้องการให้คนรู้ว่า ผู้มาเกิดเป็นมนุษย์ที่อาสาพระบิดาขอมาเกิดเป็นมนุษย์ มาเพื่อมาขับเคลื่อนเครื่องยนต์แห่งกรรม ที่พระบิดากำหนดสร้างให้เลือดในครรภ์ของแม่ สร้างเป็นกายหยาบขึ้นมาที่เราเรียกว่า เครื่องยนต์แห่งกรรม ที่เรียกว่าเครื่องยนต์แห่งกรรม ก็เพราะว่าจิตวิญญาณต้องมาขับเคลื่อนร่างกายเรา ในการทำหน้าที่บางสิ่งที่อาสาพระบิดามาเกิดเป็นมนุษย์บนโลกใบนี้ ในการแสดงออกหรือกระทำใด ๆ ก็ตามบนดาวเคราะห์โลกดวงนี้ ว่าที่สูงสุดคือ เพื่อมาค้ำจุนความสมดุลของโลกทั้งระบบ แต่ที่ผ่านมา มนุษย์บอกว่าโลกคือโลก กูคือกู โลกเป็นแค่วัตถุ หิน ดิน ทราย ไม่เกี่ยวอะไรกับกู กูมีหน้าที่เหยียบดินอยู่บนโลกใบนี้ โลกก็มีหน้าที่อยู่ของโลกไป กูอยากจะเก็บเกี่ยวอะไรบนโลกนี้ก็ได้ กูนึกอยากจะทำอะไรกูก็ทำ เรียกว่า ไร้สำนึก เพราะเกิดมาหลายภพชาติแล้ว มัวแต่หลงโลกมายา หลงอัตตาที่เป็นมายา ลืมหน้าที่ของแก่นแท้ของตัวเอง ภาษาผมเรียกว่า ขาดสติทางวิญญาณ และสิ่งนี้คือสิ่งที่ไปเชื่อมโยงกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ผมถึงต้องแฉให้มนุษย์รู้ว่า มนุษย์มีจิตวิญญาณมาเกิด จิตวิญญาณของเรานั้นต้องมาขับเคลื่อนร่างกายที่พ่อกับแม่ช่วยผสมพันธุ์กัน และสร้างกายหยาบให้ไว้รองรับจิตวิญญาณที่มาขับเคลื่อนกายหยาบเพื่อ 1. ทำให้มันเจริญเติบโต 2. ทำให้ยิ้มได้ พูดได้ คิดได้ แสดงออกได้ ทำอะไรก็ได้ เพราะโลกนี้เป็นโลกเสรี แต่หน้าที่จริง ๆ ก็คือ จิตวิญญาณต้องมาขับเคลื่อนร่างกายนี้ในการสร้างโลก โดยใช้หนึ่งสมองกับสองมือและจิตวิญญาณนี้สร้างโลก สร้างความสมดุลของระบบโลก โลกในที่นี้ไม่ได้หมายถึงที่เป็นดินอย่างเดียว

สรรพสิ่งที่อยู่ในระบบโลกล้วนเรียกว่าเป็นโลกทั้งหมด รวมทั้งตัวเองด้วย นั่นก็แสดงว่า มนุษย์มีหน้าที่สร้างตนเอง และสร้างทุกสิ่งให้สมดุล ทุกสรรพสิ่งล้วนต้องเป็นไปตามที่พระบิดาทรงกำหนดไว้ทั้งสิ้น สิ่งใดก็ตามที่พระบิดาทรงกำหนดไว้ พระบิดาเรียกมันว่า ธรรมชาติ แต่ธรรมชาติมันไม่ได้เป็นของมันขึ้นได้เอง ต้องมีผู้กำหนดขึ้นอยู่ดี และผู้ที่ทรงกำหนดธรรมชาติก็คือ พระบิดา หรือจิตจักรวาล นั่นเอง" แล้วมนุษย์ต้องทำอย่างไรให้โลกเกิดความสมดุล "การทำให้สมดุลก็คือ ค้ำจุน พระผู้เป็นเจ้า สอนมนุษย์ไว้เป็นปริศนาธรรม แต่มนุษย์เราไปมองได้แค่ด้านเดียว พระพุทธเจ้าสอนว่า เราคือโลก โลกคือเรา และอีกประโยคหนึ่งคือ เมตตาธรรมค้ำจุนโลก แต่มนุษย์เข้าใจผิดว่า คำว่า 'เรา' คือพระผู้เป็นเจ้าคนเดียว มนุษย์เลยวางประโยคนั้นไว้ ไม่ใส่ใจอีก แต่มนุษย์มาใส่ใจเพียงประโยคที่ว่า เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก แสดงว่า ถ้ามนุษย์รักกัน จะทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข นั่นคือ ถูกต้องแค่ครึ่งเดียว ถ้าจะถูกที่แท้จริงคือ เราไม่ได้ค้ำจุนโลกในทางสังคมอย่างเดียว การสร้างเมตตาธรรมก็คือ ถ้าเราเป็นคนมีจิตใจที่งดงาม เราจะไม่ทำลายโลก เราจะไม่ไประเบิดภูเขา ไม่ตัดโค่นต้นไม้ ทำลายป่า ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต สัตว์ก็คือโลก พระพุทธเจ้าจึงเอา ปาณาติปาตา เอาไว้เป็นศีลข้อแรกเลย เพราะสัตว์พวกนั้นเขาต่อสู้ ต่อต้านเราไม่ได้ อย่างคนเราฆ่ากัน เราแลกชีวิตกันได้ แต่สัตว์เขาแลกไม่ได้ เป็นลูกไล่เราอย่างเดียว ท่านเลยห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต นั่นก็คือการรักโลก ถ้าเราไม่ฆ่าเขา แสดงว่าเรารักเขา พระพุทธองค์หมายถึงอย่างนั้น...

แต่จริง ๆ แล้ว โลกเรามันจะสมดุลทางกายภาพอย่างเดียวไม่ได้ มันต้องมีสมดุลทางพลังงานด้วย ตรงนี้คือสิ่งที่เป็นความลับมาตลอด ที่มนุษย์ทั้งหลายไม่รู้ และอาจารย์ก็มีหน้าที่มาเปิดเผย ที่จิตจักรวาลมอบหมายให้มาทำหน้าที่เผยแพร่ ร่างกายของเราเปรียบเสมือนรถยนต์ ซึ่งจะวิ่งได้ก็ต้องมีแบตเตอรี่ และตัวที่เป็นแบตเตอรี่ก็คือ จิตวิญญาณนี่ละ เวลาที่แม่ตั้งครรภ์ ถ้าหากว่าไม่มีจิตวิญญาณมาปฏิสนธิอยู่ในครรภ์เป็นทารก ทารกซึ่งอยู่ในกายหยาบ ก็จะเป็นได้แค่ลูกกรอก จะเติบโตมีหน้ามีตา แสดงพฤติกรรมเป็นมนุษย์ไม่ได้ ต้องมีจิตวิญญาณมาปฏิสนธิ เพราะฉะนั้น ทารกในครรภ์ถ้าเป็นผู้หญิงก็เหมือนรถเก๋ง ถ้าเป็นผู้ชายก็เป็นรถถัง หรือรถสิบล้อ หน้าที่ต่างกัน ผู้หญิงก็มีหน้าที่อย่าง ผู้ชายก็มีหน้าที่อย่าง แต่ทุกคนก็มีหน้าที่มาค้ำจุนโลก และผู้หญิงกับผู้ชายก็ต้องทำหน้าที่ร่วมกันด้วย พระบิดาสร้างขึ้นมาให้รู้ว่า ทุกคนเป็นสัตว์สังคม ผู้หญิงจะอวดเก่งกว่าผู้ชายไม่ได้ จะท้องเองโดยไม่ต้องพึ่งผู้ชายไม่ได้ หรือผู้ชายจะท้องโดยไม่ต้องพึ่งผู้หญิงก็ไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน พระบิดาสอนอย่างนี้ ทุกคนมีความสำคัญทัดเทียมกัน เวลารถวิ่ง จิตวิญญาณจะเป็นเหมือนกับคนที่นั่งอยู่หลังรถ เหมือนกับเจ้าของรถ พอมาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว จิตวิญญาณก็แบ่งภาคตัวเองออกมาส่วนหนึ่งเพื่อให้มาทำหน้าที่ขับรถแทนตนเอง เหมือนกับจ้างคนขับรถมาขับให้ มนุษย์เราเรียกว่า จิตหยาบ ซึ่งผมไม่ชอบใช้คำนี้ ผมใช้คำว่า จิตปัจจุบันแทน จิตวิญญาณได้รับอนุญาตให้แบ่งภาคตัวเองออกไปอีกส่วนหนึ่งมาเป็นพลังงาน เป็นรูปธรรมทางจิตเหมือนกัน เป็นกล่องพลังงานเหมือนกัน แต่ให้มาทำหน้าที่ขับเคลื่อนกายหยาบ ขับเคลื่อนกลไกทั้งหมด จิตวิญญาณก็ประทับเป็นเหมือนแบตเตอรี่รถเฉย ๆ แต่ดูเหมือนไม่สำคัญได้มั้ย รถยนต์ไม่มีแบตเตอรี่ รถยนต์ก็เดี้ยง ไปไม่ได้ แต่จิตวิญญาณไม่ได้เป็นผู้ขับเคลื่อนโดยตรง แต่มอบหมายให้คนขับขับให้ คนที่ขับให้นี่ก็คือ จิตปัจจุบัน แต่ไอ้คนขับทุกวันนี้ ขับไปขับมา มันนึกว่าไอ้รถคันนี้เป็นของมัน มันลืมไปว่ามีจิตวิญญาณที่เป็นเจ้าของรถ เป็นนายมันน่ะ นั่งอยู่เบาะหลัง มันนึกจะขับซิ่งมันก็ซิ่ง ไม่ได้แคร์เลยว่าผู้โดยสารจะประสาทเสียหรือเปล่า ทุกวันนี้ที่พาไปตกนรกหมกไหม้ก็คือไอ้คนขับนี่แหละพาไป จิตวิญญาณน่าสงสารที่สุด" แล้วมนุษย์ที่เกิดมาพิการ ร่างกายไม่สมประกอบ หรือมีสมองไม่ปกติ ทำอะไรไม่ได้ จะอธิบายได้ไหมคะว่าเขาพวกนั้นเกิดมาทำหน้าที่อะไร "อย่าลืมว่า มนุษย์ทุกคนที่เราเห็นไม่ได้มาเกิดภพชาตินี้เป็นภพชาติเดียว ทุกคนเวลามาเกิดภพชาติแรก ทุกคนจะถือพันธะมาสองอย่าง อย่างหนึ่งเราเรียกว่า พันธะสัญญา เป็นพันธะที่รับปากกับพระบิดาว่า ถ้ามาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว จะปฏิบัติอย่างไร พันธะสัญญาข้อหนึ่งก็คือ มาเป็นเพื่อนร่วมงานกับโลก คือมาช่วยโลกทางกายภาพให้สมดุล เช่น หมุนรอบตัวเอง 22 ชั่วโมงต่อรอบ มีความเข้มของสนามแม่เหล็กเท่ากับ 14 เกาส์ มีแกนหมุนที่เอียงทำมุมกับแนวดิ่ง 23 องศา เพราะทุกวันนี้มันเพี้ยนไป โลกหมุนช้าลงเป็น 24 ชั่วโมง ยิ่งโลกหมุนช้าขึ้นเท่าไหร่ มนุษย์จะยิ่งอายุสั้นลงมากเท่านั้น พระบิดาไม่ได้สร้างร่างกายของมนุษย์ให้เกิดมาแล้วต้องตาย มันจะตายได้ยังไง มันเจริญเติบโตได้ใช่มั้ย มันซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซ่อมแซมตัวเองได้ มีอำนาจอยู่ในตัวเอง ทำไมต้องตายด้วยล่ะ ?..." แล้วที่พระพุทธเจ้าสอนว่ามนุษย์ทุกคนต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมล่ะคะ "...

พระพุทธเจ้าสอนว่า มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดานั่นคือ สอนในสิ่งที่เป็นจริง สิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วสอนให้คนรู้จักปลง รู้จักยอมอะไรซะบ้าง จะโลภโมโทสันไปทำไมนัก สุดท้ายก็ต้องตาย ที่พูดเช่นนั้นก็เป็นเพราะว่า จิตวิญญาณรอคิว สับเปลี่ยน หมุนเวียนกันมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อทำหน้าที่ของตนเอง ถ้าหากว่าไม่มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันให้มาเกิด มาเกิดแล้วไม่ยอมตาย พวกที่รอมาเกิดเพื่อจะแก้ไขตัวเอง หรือเพื่อทำหน้าที่ก็มาไม่ได้" ...ที่ถามว่ามนุษย์เกิดมาแล้วสมองพิการอะไรต่าง ๆ เพราะเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ นอกจากเขาจะไม่ทำหน้าที่ที่เป็นพันธะสัญญา ที่อาจารย์บอก เขาก็ยังสอบตกด้วยการทำผิดเกิดขึ้นอีกด้วย เมื่อกี้พูดถึงพันธะสัญญาอย่างที่ 1 ไปแล้ว พันธะสัญญาอย่างที่ 2 ก็คือ ก่อนจะมาเกิด จิตวิญญาณของคุณกับจิตวิญญาณอีกหลาย ๆ ดวงจะมานั่งประชุมเพื่อวางแผนกันว่า เราจะจูงมือกันไปเกิดเป็นมนุษย์บนโลก เราจะไปเล่นบทบาทไหนกันบ้าง เช่น คนหนึ่งจะแสดงบทภรรยา อีกคนหนึ่งแสดงเป็นสามี อีกคนแสดงบทลูกสาว อีกคนแสดงบทลูกชาย จากนั้น ยังจะมีคาแร็คเตอร์กำกับไว้อีกว่า จะเป็นคนดีหรือไม่ดี และจะเป็นคนบกพร่องอย่างไร แต่เวลาที่มาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว มิติของการที่ไปนั่งประชุมกันมามันจะถูกปิด คุณจึงไม่รู้ว่า ก่อนที่คุณจะมาเกิด คุณได้วางแผนกันเรียบร้อยแล้วว่าจะมาแสดงบทบาทเหล่านั้น เพราะบทบาทที่คุณจะต้องมาแสดงนี้ เป็นบทบาทที่เมื่อคุณแสดงอย่างสมบทบาทแล้ว มันจะนำคุณและทุกๆคนในครอบครัวของคุณไปสู่การค้ำจุนโลกให้สมดุลได้ ซึ่งเป็นการค้ำจุนโลกทางพลังงาน ไม่ใช่โลกทางกายภาพ ปกติแล้วโลกทางกายภาพของมนุษย์ เราไม่มีบ้าน เรานอนถ้ำ นอนโคนต้นไม้ตามป่าตามเขา เราอยู่กันธรรมชาติ ไม่ใครคิดทำร้ายธรรมชาติ เพราะธรรมชาติคือบ้านของตัวเอง แต่ทีนี้เมื่อเราแยกตัวออกจากป่ามาสร้างบ้านอยู่ในเมือง เราเลยทำลายธรรมชาติในป่าอย่างไร้สำนึก เพราะเราไม่คิดว่ามันคือบ้านของเรา...

หน้าที่ของมนุษย์ก็คือ จะต้องมาสั่นสะเทือนร่างกายและจิตวิญญาณของตัวเองในการที่จะค้ำจุนดาวเคราะห์โลกของเราดวงนี้ให้สมดุล คำว่าสมดุลก็คือต้อง 22 ชั่วโมงต่อรอบ ต้อง 14 เกาส์ อย่างที่พูดมาแล้ว จริง ๆ มันต้องละเอียดกว่านั้น แต่พูดแบบคร่าว ๆ ให้ฟัง อย่างประเทศไทยเราปีหนึ่งต้องมี 3 ฤดู อะไรอย่างนี้เป็นต้น แต่ก่อนเรามีร้อน ฝน หนาว แล้วน้ำก็ไม่ท่วมใหญ่ ร้อนก็ไม่แห้งระแหงจนกระทั่งอดอยากอดตาย หนาวก็ไม่หนาวจนตาย จะพอดี ๆ แต่ต่อไปนี้ อาจารย์ปริญญาบอกไว้ว่า ประเทศไทยเราและโลกเราส่วนใหญ่ หนึ่งปีจะมีฤดูร้อนถึง 2 ฤดู พูดง่าย ๆ คือมีฤดูร้อน 2 หน ก็เพราะโลกวิปริตเนื่องจากจิตสำนึกของมนุษย์วิกฤต อย่างที่ผมเล่ามาถึงชะตาชีวิต หน้าที่ของมนุษย์ก็คือ จะต้องใช้จิตปัจจุบันของตัวเองสั่นสะเทือนร่างกาย และจิตใจของตัวเองให้เกิดเป็นความรักขึ้นมาให้ได้ นั่นคือหน้าที่ที่จิตวิญญาณอาสามาเกิดเป็นมนุษย์ ก็คือเพื่อจะมาใช้จิตปัจจุบันซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือของตัวเอง สั่นสะเทือนจิตใจและร่างกายที่เป็นเครื่องยนต์แห่งกรรมที่ผมเรียก หรือทางพระเรียก กายหยาบ ให้สั่นสะเทือนเป็นความรักเกิดขึ้นมาให้ได้ ...พระพุทธเจ้าบอกความรักคือเมตตาธรรมค้ำจุนโลกใช่มั้ย เมื่อมีความรักความเมตตามีเยื่อใยต่อกัน ก็จะสามารถอยู่ร่วมโลกเดียวกันได้ เป็นครอบครัว อยู่สังคมเดียวกัน อยู่ทีมงานเดียวกัน อยู่บริษัทเดียวกันได้ มนุษย์มองแค่นี้ ว่านี่คือการค้ำจุนโลก โลกของพวกเราจะมั่นคงเพราะเรามีความรักความเมตตา แต่จริง ๆ แล้วมนุษย์มองแค่ตรงนั้นไม่ได้ จริง ๆ แล้วเราค้ำจุนโลกทั้งใบด้วย แต่เราค้ำจุนทางพลังงาน..." (โปรดอ่านต่อฉบับหน้า) หรืออ่านจากเว็บโดยตรงที่ http://www.yingthai-mag.com/detail.asp?ytcolumnid=2771&ytissueid=708&ytcolcatid=1&ytauthorid=78


ที่มา http://jitjakkravan.blogspot.com/2007/06/blog-post_1466.html 


สัญญาณเตือนล่วงหน้าของพิบัติภัย แกนโลกพลิกเปลี่ยน(Pole Shift)ทุก ๑๐,๐๐๐ ปี

0 ความคิดเห็น


มีสัญญาณให้สังเกตเห็นล่วงหน้าประมาณ ๒-๓ สัปดาห์

เบื้องต้นผู้คนทั่วไปสังเกตุเห็นความผิดปกติได้ทั้ง ๓ ระนาบ คือท้องฟ้า พื้นแผ่นดิน และทะเลมหาสมุทร
ให้สังเกตเห็นสิ่งที่ผิดปกติที่มนุษย์ในรุ่นยุคปัจจุบันไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อสนามแม่เหล็กโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงผันผวน แรงโน้มถ่วง ลาวา การเคลื่อนตัวของเปลือกโลกก็ผันผวนผิดปกติ

ท้องฟ้า
๑.ฟ้าจะคำรามติดต่อกันนานแทบทั้งวัน เพราะการปลดปล่อยประจุไฟฟ้าสถิตย์ในชั้นบรรยากาศที่สะสมมาเนื่องจากสนามแม่เหล็กโลกผันผวนหนัก
๒.กลางวันมืดหลายวัน เพราะมีแสงน้อย มีเมฆสีเทาเข้มปกคลุมบังดวงอาทิตย์เป็นเวลานานติดต่อกันหลายวัน
๓. เมื่อเข้าถึงเวลากลางคืน ๒ ทุ่ม ถึง ๓ ทุ่ม บางวันก็ยังไม่มืด ยังสว่างเหมือนเวลา๔-๕ โมงเย็นปกติ
๔.มองเห็นสิ่งแปลกปลอมบนท้องฟ้า จำพวกวัตถุบินได้ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

พื้นแผ่นดิน
๕.มีสัตว์บางชนิดที่อาศัยใต้ดินลึก ที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อนขึ้นมาให้เห็น รูปร่างหน้าตาสัตว์เหล่านี้ไม่มีในพจนานุกรมสัตว์โลกที่เคยอ่านกัน เพราะไอกำมะถัน ไอร้อนจากก๊าซใต้เปลือกโลกดันตัวขึ้นมา บ้างก็สัตว์บางตัวก็มีชีวิตได้ไม่นาน บ้างก็ขึ้นมาตาย
๖.มีแผ่นดินไหวเป็นระลอกใหญ่ ต่อเนื่องกันทุกมุมโลก

ทะเลมหาสมุทร
๗.มีสัตว์บางชนิดที่อาศัยใต้ทะเลมหาสมุทรในระดับที่ลึกมาก ที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อนขึ้นมาให้เห็น รูปร่างหน้าตาสัตว์เหล่านี้ไม่มีในพจนานุกรมสัตว์โลกที่เคยอ่านกัน เพราะไอกำมะถัน ไอร้อนจากก๊าซใต้เปลือกโลกดันตัวขึ้นมา บ้างก็สัตว์บางตัวก็มีชีวิตได้ไม่นาน บ้างก็ขึ้นมาตาย
๘.มีแผ่นดินไหวใต้ทะเลระดับที่รุนแรงจนมีซึนามิหลายประเทศในเวลาที่ใกล้เคียงกันหลายจุดในโลก
แต่อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นอาจจะยังนานอีกหลายปีหรือระยะเวลาอันใกล้ที่ จะถึง ทุกอย่างในโลกล้วนมีความผันแปรไม่มีอะไรเที่ยงแท้ ผู้มีปัญญาควรไม่ประมาทในการใช้ชีวิต ควรศึกษาธรรมะ รักษาศีล ทำทาน มอบความรักเมตตาอารีย์เพื่อนมนุษย์ หมั่นละลดอัตตาตัวตน ดูแลรักษาธรรมชาติให้ดี เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวมนุษย์ยุคเราอาจได้เห็น และอยู่ในช่วงเวลาที่จะข้ามผ่านเหตุการณ์เหล่านี้ ด้วยกัน

เหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นอนาคตโดยลำดับ

-สงครามสู้รบกลางเมืองปะทะกันทางอุดมการณ์ทางการเมืองไทย ๒๕๕๑ ...
-สงครามระหว่างประเทศมหาอำนาจแถบเอเชีย ที่ปะทุจากประเทศเล็ก
และ/หรือ อุบัติเหตุความผิดพลาดจากการทดลองทางเทคโนโลยีชั้นสูงที่ควบคุมปฏิกิริยาการแตกตัวไม่ได้แถบยุโรป
-แกนโลกพลิกเปลี่ยน Pole Shift

แกนโลกพลิกเปลี่ยน Pole Shift
โลกมนุษย์คล้ายผลส้มกลมๆ ห่อหุ้มด้วยชั้นบรรยากาศ ที่มองไปแล้วขอบฟ้าห่างเท่ากันรอบทิศ
เมื่อจังหวะพลิกเปลี่ยนเป็นเวลากลางวันในเอเซีย
จะรู้สึกพื้นที่ยืนอยู่เอียงไปราวๆ 10-15 องศา ท้องฟ้าด้านนึงจะกว้าง อีกด้านตรงข้ามจะแคบ จะสังเกตเห็นได้ชัด
แล้วพลิกเอียงกลับระดับเดิม ถัดจากนั้นไม่ถึงแผ่นดินไหวรุนแรงระดับความรุนแรงสูงสุดนี้ไม่เคยมีมาก่อนศูนย์กลางของแผ่นดินไหว ไม่ได้อยู่แถบเอเชีย
จังหวะการพลิกเอียงครั้งแรกทำให้สร้างแรงน้ำในมหาสมุทรไหลทะลักคืนสู่แผ่น ผืนทวีปที่มีระดับความสูงมากกว่าตึก 10 ชั้นแถบพื้นที่ใกล้ทะเลแล้วลดหลั่นไปตามระยะทางหลายสิบกิโลเมตร
แต่เนื่องจากแผ่นดินไหวตามมา จึงทำให้คนตกใจลงมาจากตึกสูงทำให้เจอกับคลื่นที่ไหลทะลักเข้ามา
เขื่อนเก็บน้ำบางแห่งก็แตกมีน้ำทะลักท่วมเข้ามาเสริม

คนที่รอดจะต้องข้ามผ่านความมืดอีกหลายวัน พร้อมกับความหิว ความตื่นตระหนก ความหวาดระแวง ความกลัว ความเสียใจเสียขวัญ ตาเปล่าสามารถเห็นวิญญาณและสัตว์ร้ายโลกวิญญาณได้บางขณะ บางคนต้องเสียสติจากความสูญเสียความพลัดพรากจากคนที่รัก และความตื่นกลัว... คนที่ครองสติได้ดีคอยดูแลและปลอบประโลมทุกข์โศกให้แก่คนรอบข้างส่วนใหญ่เป็น กลุ่มพวกที่มีอินทรีย์แก่กล้าผ่านการเพาะบ่มประสบการณ์ธรรมะมามากแล้ว

เกือบสัปดาห์ผ่านไป ชีวิตใหม่จึงเริ่มต้นพร้อมแสงสว่าง อากาศบรรยากาศใหม่พร้อมการเปลี่ยนแปลงเชิงชีวภาพของร่างกายคนและสัตว์ให้ อายุยืนยาวกว่ายุคก่อนหน้า ลมหายใจใหม่ ความหวังใหม่ บางเกาะทวีปเล็กที่ผุดขึ้นมาจากแผ่นน้ำใกล้ๆกลางอ่าวไทย....

เนื้อหาดังกล่าวมาจากผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์ในอดีต ที่มีการเปลี่ยนผ่านในรอบอดีตมาครั้งสองครั้ง เป็นความรู้เพื่อบรรเทาความสูญเสียและให้พลังในการล่วงรู้เพื่อข้ามผ่าน เหตุการณ์อนาคตอย่างมีสติ แต่ปัจจุบันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงในกายและจิตของผู้อ่านเท่านั้นจึงควร ฝึกฝนสังเกตตัวนี้ไปก่อน


ภาพจารึกภัยพิบัติของชนพื้นเมืองชาวมายา และเรื่องราวต่างๆศึกษาหาได้จากตำนานของบรรพชนคนโบราณบันทึกไว้ใน เรือโนอาร์(ไบเบิ้ล), ตำนานการหนีน้ำของกิลกาเมซ(เมโส-โปเตเมีย), พระมนู(อินเดีย), ตำนานบันทึกของทวีปมู-รีมูเลีย ซึ่งเป็นช่วงยุคเวลาใกล้เคียงกันคือ ๑๐,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ ปีล่วงมาแล้ว

ที่มาhttp://www.dhammachak.net/board/viewtopic.php?t=475

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

เตรียมใจ เตรียมจิตก่อนภัยพิบัติครั้งใหญ่

0 ความคิดเห็น



เตรียมใจ เตรียมจิตก่อนภัยพิบัติครั้งใหญ่

การเตือน คือการให้สติ เป็นการยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม

แต่การเสพข่าวสาร และการจำแนกข้อมูล จำเป็นที่ต้องใช้วิจารณญาณของแต่ละบุคคล

ตอนนี้มีข่าวสารที่จะเตือนเพิ่มขึ้นมาจากหลายแหล่งมากจนกระทั่งหลายคน อาจสับสนบ้าง ตื่นกลัวบ้าง

ขอเน้นย้ำเช่นเดิม ว่าให้เรา สาวไปหาเหตุ ว่าทำไมจึงเกิดภัยพิบัติ

และเราจะพบทางรอดจากภัยพิบัติ

เมื่อเขาต้องการล้างคนชั่ว คนอกุศลออกไปจากโลก
เราก็พึงปฏิบัติจิตรักษาใจเราให้ เป็นกุศล ผ่องใส

การเตรียมจิตสำคัญที่สุด

จิตเมตตา จิตผ่องใส จิตมั่นคงในพระรัตนไตร จิตแนบในพระนิพพาน

สำหรับ คนที่ยังไม่ตื่นจากภายในก้าวเข้าสู่ทางแห่งธรรม แห่งกุศล มีเวลาอีก สองเดือนเท่านั้น คือไม่เกิน มีนาคมปีนี้

คนที่เข้ามาทีหลังแต่หากมีกุศลก็จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป้นประสบการณ์ที่พบเจอจริงๆจากการสอนสมาธิ ก้าวหน้าของเก่ากลับมากันเร็วมาก

ส่วนคนที่ไม่เข้าสู่ทางบุญทางกุศล ด้วยวิบากมาขวาง ก็คงไม่อาจรอดได้ แม้จะเตรียมวัตถุข้าวของมากมายเพียงใดก็ตาม

ขอย้ำว่าการเตรียมจิตสำคัญที่สุด

และสำหรับท่านที่ปฏิบัติธรรมอยู่แล้วก็ขอให้ เร่งทำจิตให้ผ่องใส ละ เลิก สนใจจริยาผู้อื่น การเพ่งโทษ ตำหนิ ติเตียนผู้ใด ให้ใจตนเองมีตำหนิ เศร้าหมองอกุศล

สิ่งใดที่นอกจากแนวทางแห่งสัมมาทิฐิก็ขอจง ระมัดระวังให้มาก อย่าได้เขวไป

ชาวธรรมที่จะรอดได้ ก็เหตุแห่งกุศล พอเหมาะพอเจาะที่เราไปทำบุญ ไปปฏิบัติธรรมพอดี จึงรอดไปด้วยธรรมจัดสรร

ช่วงเดือนนี้ไปจนถึง เมษายน หากมีโอกาสไปทำบุญ จงเดินทางไป กับกัลยาณมิตร

ถึงเวลาคนดีจะมารวมกลุ่ม แยกไปจากคนชั่ว
คนชั่วใจบาปอกุศลก็จะมารวมกัน ภัยพิบัติก็จะมาล้างอย่างไม่ทันรู้ตัว

วาระนี้ท่านให้เจริญอุเบกขา กำหนดปลงพิจารณาในกรรมของโลก ช่วยตามวาระแห่งกุศล

ท่านผู้ได้อภิญญา เด็กอภิญญาที่เชียงใหม่ ได้เล่าให้ฟังว่า พระท่านยังไม่ให้ใช้อภิญญา เพราะ เราไม่อาจไปช่วย ผู้ที่มีกรรมจะถูกล้างไปได้ เพราะเป็นการละเมิดกฏของกรรม ทำให้กระแสกรรมเปลี่ยนแปลงไป ต้องเคารพกฏของกรรม

พระเถระผู้ทรงอภิญญาท่านก็เมตตา สอนให้ รักษาจิตใจเราให้ผ่องใสเอาไว้หน้าที่เราทุกคนขณะนี้คือ รักษาจิตให้ผ่องใสในทุกลมหายใจ ให้กุศลเป็นเครื่องคุ้มครอง สวดมนต์ก็จงกำหนดว่าเราเข้าเฝ้าเคารพในพระพุทธเจ้า ก่อนนอนก็จงรำลึกในอารมณ์พระนิพพาน

เวลามีค่า เวลามีน้อย อย่าปล่อยเวลาให้ล่วงไปด้วยอกุศล จงรักษาใจเราให้เป็นกุศลผ่องใส ให้บุญหล่อเลี้ยงใจ

มีนาคม ต่อ เมษายน ให้ทำบุญกันให้มากๆเอาไว้


 หมายเหตุ  ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก borad palungjit.com โดย คุณ Kananun

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

Youtube งานสัมมนา เจาะลึกภัยพิบัติ...พลิกวิกฤตให้เป็นทางรอด ครั้งที่ 2

1 ความคิดเห็น

วันนี้ผมมีภาพการบรรยาย จากงานสัมมนา "เจาะลึกภัยพิบัติ...พลิกวิกฤตให้เป็นทางรอด ครั้งที่ 2" จาก
Youtube มาให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ติดตามบล็อกเตือนภัยพิบัตโลกอยู่ ได้รับชมกัน สำหรับใครที่ได้ไปร่วมงานสัมมนามาก็คงจะได้รับรู้ และก็รับฟังแนวทางในการเตรียมตัวรับมือภัยพิบัติที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต มาเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับท่านได้ที่ไม่ได้ไปร่วมงาน (รวมทั้งผมด้วย) ก็สามารถรับชมได้จากลิ้งค์จาก Youtube ที่ผมได้นำมาให้รับชมกันครับ



สำหรับท่านใดที่ต้องการจะนำภาพการบรรยาย ไปเผยแพร่และแจกจ่ายให้แก่ผู้อื่น กรุณาปฏิบัติตามประกาศดังข่างล่างนี้ด้วยครับ


ประกาศ


เนื้อหาข้อมูลที่วิทยากรบรรยายในงานสัมมนา ''เจาะลึกภัยพิบัติ...พลิกวิกฤตให้เป็นทางรอด ครั้งที่ 2'' (Version: ต้อนรับปี 2012)
ทางผู้จัดไม่อนุญาตให้มีการดัดแปลง บิดเบือน หรือกระทำใดๆ ที่ส่งผลกระทบแก่ตัววิทยากรในอนาคต
สำหรับ เนื้อหาข้อมูลที่ทำการบันทึกภาพและเสียง จะไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือ มีเนื้อหาในเชิงพาณิชย์ หรือ ใช้ในกิจกรรมภายในองค์กรหรือบุคคลที่แสวงหากำไรใดๆทั้งสิ้น *** หากมีการกระทำดังกล่าว ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
และผู้กระทำให้รับผิดชอบทางกฎหมายและความเสียหายที่เกิดขึ้น***


ประกาศ ณ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554
คณะกรรมการจัดงาน

































ขอขอบคุณที่มาจาก www.palungjit.com


เกิดข้อผิดพลาดใน Gadget นี้

รายงานแผ่นดินไหวทั่วโลก




รายงานแผ่นดินไหวภายในประเทศและใกล้เคียง